คำนวณราคา OneSignal
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 แพลนฟรีของ OneSignal จะจำกัดอยู่ที่ 1,000 MAU (monthly active users) ต่อเดือนสำหรับ mobile push และข้อความในแอป — บัญชีใหม่ที่เปิดตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน จะเจอขีดจำกัดนี้ทันที เกินจากนั้นต้องขึ้นแพลน Growth: $19 ต่อเดือน บวก $0.012 ต่อ MAU กรอกจำนวนผู้ใช้ที่แอ็กทีฟของคุณ แล้วดูตัวเลขที่ต้องจ่าย — พร้อมเทียบกับราคา Pushwoosh Push only สำหรับผู้ใช้กลุ่มเดียวกัน ไม่ต้องกรอกอีเมล ไม่ต้องสมัครสมาชิกครับ
ธุรกิจไทยที่ใช้ OneSignal อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแอป e-commerce, ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม หรือแอปที่เชื่อมต่อกับ LINE Official Account อยู่ ควรตรวจตัวเลขนี้ก่อนบิลรอบตุลาคมจะมาถึงครับ
การเปลี่ยนแปลงที่ OneSignal
ต่ำกว่า 1,000 MAU แพลนฟรียังใช้งานได้ตามปกติ เกินจากนั้น mobile push และข้อความในแอปจะหยุดส่งจนกว่าจะอัปเกรดเป็นแพลน Growth ส่วน web push และอีเมลยังใช้ฟรีต่อไป — การเปลี่ยนแปลงนี้เจาะจงเฉพาะมือถือ วันที่มีผลบังคับใช้มาจาก billing FAQ ของ OneSignal: 1 กันยายน 2026 สำหรับบัญชีใหม่ และ 1 ตุลาคม สำหรับบัญชีเดิม
มีสามรายละเอียดที่ตัดสินว่าคุณใกล้ขีดจำกัดแค่ไหนจริง ๆ:
- MAU ไม่ใช่จำนวนผู้ติดตามของคุณ การสมัครใช้งานมือถือที่แอ็กทีฟในช่วง 30 วันล่าสุดจะถูกนับ ไม่ว่าจะกดยอมรับ push หรือไม่ก็ตาม — และผู้ใช้หนึ่งคนที่ใช้สองอุปกรณ์จะถูกนับเป็นสอง นี่คือเหตุผลที่บิลจริงอาจสูงกว่าที่ประเมินจากจำนวนผู้ติดตามครับ
- ขีดจำกัดนับรวมทั้งองค์กร ระบบนับทุกแอปภายใต้องค์กรของคุณรวมกัน: สามแอปที่มี 400 MAU ต่อแอปก็เกินขีดจำกัดได้
- ช่วงเวลา 30 วันเลื่อนตลอดเวลา การลบผู้ติดตามใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนกว่าจะสะท้อนในตัวเลข การลดจำนวนผู้ใช้จึงซื้อเวลา ไม่ใช่ทางแก้
รายละเอียดเต็ม — กลุ่มไหนได้รับผลกระทบมากที่สุด และทางเลือกทั้งสามแบบ: การเปลี่ยนแปลงแพลนฟรีของ OneSignal ปี 2026
เทียบราคาทั้งปี
เครื่องมือคำนวณด้านบนแสดงราคาต่อเดือน ส่วนตารางนี้แสดงราคาทั้งปีที่ขนาดผู้ใช้สามระดับที่พบบ่อย Pushwoosh Push only คิดราคา $7 ต่อ 1,000 MAU และ 1,000 คนแรกใช้ฟรี
| MAU | OneSignal Growth / ปี | Pushwoosh Push only / ปี | คุณประหยัด / ปี |
|---|---|---|---|
| 10K | $1,668 | $756 | $912 |
| 25K | $3,828 | $2,016 | $1,812 |
| 50K | $7,428 | $4,116 | $3,312 |
Push only มีอะไรบ้าง
Push only คิดราคาตามช่องทาง push แต่คือแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบ ไม่ใช่เวอร์ชันตัดลด MAU ในที่นี้คือคนจริงที่คุณส่งข้อความถึงในเดือนนั้น นับตอนส่งจริงและตัดจำนวนซ้ำด้วย User ID ดังนั้นการส่งถึงคนคนเดียวกันทั้งบน mobile และ web push จะนับเป็นหนึ่ง การเรียกเก็บเงินคิดต่อบัญชี: หลายแอปใช้จำนวนรวมและโควตาฟรี 1,000 คนแรกร่วมกัน
- Push notification บนมือถือ
- ข้อความในแอป (In-app messages)
- Push notification บนเว็บ
- ส่งได้ไม่จำกัด
- การแบ่งกลุ่มผู้ใช้ (Segmentation)
- Customer Journey Builder
- A/B testing
- ระบบวิเคราะห์ผล (Analytics)
สำหรับธุรกิจไทยที่ใช้ LINE Official Account อยู่แล้ว push notification ทำงานเป็นช่องทางเสริมคู่กันได้ — ไม่ใช่ตัวทดแทน LINE แต่ช่วยลดต้นทุนต่อข้อความเมื่อเทียบกับการพึ่ง LINE OA เพียงช่องทางเดียว
ถ้า push ไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมดที่คุณต้องการ Omnichannel ($13 ต่อ 1,000 MAU) และ Email only ($5 ต่อ 1,000 ผู้รับที่ไม่ซ้ำกัน) คิดราคาต่อบัญชีในโมเดลเดียวกัน — เทียบดูได้ที่หน้าราคา
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลนนี้และวิธีนับ MAU: Push only แพลนใหม่ราคา $7 ต่อ 1,000 MAU
ย้ายจาก OneSignal ให้เราทำแทนคุณ
ถ้าตัวเลขบอกว่าควรย้าย การย้ายไม่ใช่โปรเจกต์ที่คุณต้องทำเอง — เราย้ายให้คุณ สิ่งที่คุณต้องทำมีแค่สามอย่าง: ไฟล์ export, push credentials ของคุณ และเปลี่ยน SDK ในแอปเวอร์ชันถัดไป การเปลี่ยน SDK พร้อมทดสอบส่งจริงใช้เวลาประมาณหนึ่งวันสำหรับนักพัฒนาหนึ่งคน ส่วนการนำเข้าข้อมูลผู้ใช้ทำคู่ขนานกันในฝั่งเรา ทำให้ผู้ใช้ของคุณยังติดต่อได้ตั้งแต่วันแรก ก่อนที่จะมีใครอัปเดตแอปด้วยซ้ำ
-
Export ข้อมูลผู้ใช้ของคุณ
ส่ง OneSignal app_id และ App API key มาให้เรา แล้วเราจะ pull export ให้เอง — หรือ export ไฟล์ CSV จาก Audience > Subscriptions ด้วยตัวเองก็ได้ครับ
-
ส่ง push credentials มาให้เรา
APNs key, FCM service account, และ HMS keys ชุดเดียวกับที่ OneSignal ใช้อยู่ตอนนี้ เราจะอัปโหลดก่อนนำเข้าข้อมูล เพื่อให้ทุกอุปกรณ์ที่ import มาส่งข้อความได้จริง
-
เรานำเข้าและตรวจสอบให้
เราทำความสะอาดไฟล์ export สร้าง tags ใหม่จาก review sheet ที่คุณอนุมัติ นำเข้าเป็นชุดที่ตรวจสอบแล้ว ทดสอบส่งจริง และรายงานทุกแถวที่ข้าม
-
เปลี่ยน SDK
ใส่ Pushwoosh SDK ในแอปเวอร์ชันถัดไป พร้อมเอา OneSignal SDK ออกในบิลด์เดียวกัน — SDK push สองตัวจะแย่ง callback กัน
-
สลับการส่งข้อความ
เปิด OneSignal ไว้จนกว่าการทดสอบส่งข้อความจะผ่านและการนำเข้าข้อมูลยืนยันเรียบร้อย จากนั้นค่อยชี้แคมเปญของคุณไปที่ Pushwoosh
อะไรที่ย้ายมาได้:
- iOS, Android, และ Huawei push tokens — เป็นของแอปและคีย์ของคุณ ไม่ใช่ของ OneSignal ดังนั้นอุปกรณ์ที่ import มาจะยังใช้งานได้ต่อ
- ผู้ติดตามอีเมลและ SMS — นำเข้าในรอบเดียวกัน พร้อมตั้งค่าช่องทางในฝั่งเรา
- Tags — สร้างใหม่ใน Pushwoosh จาก review sheet ที่เราจัดทำจากไฟล์ export ของคุณ
- Web push — ไม่มีผู้ให้บริการรายใดโยกการสมัครรับ push บนเบราว์เซอร์ของอีกรายได้ ผู้ใช้ที่กลับมาเยี่ยมเว็บจะถูก re-subscribe แบบไม่มี prompt ขอสิทธิ์ครั้งที่สอง
- ประวัติข้อความและสถิติการส่ง — ยังอยู่ใน OneSignal ต้อง export รายงานที่ต้องการเก็บไว้เอง
- Segments — OneSignal ไม่เปิดให้ดึงตัวกรองของเขาออกมา เราจึงต้องสร้างใหม่จาก tags ที่ import เข้ามา
รายละเอียดทีละขั้น คำแนะนำ SDK แยกตามแพลตฟอร์ม และเช็กลิสต์ก่อนตุลาคม: ย้ายจาก OneSignal มา Pushwoosh
คำถามที่พบบ่อย
อ่านต่อ
อธิบายขีดจำกัด MAU ใหม่: วิธีนับ MAU, แพลน Growth ราคาเท่าไหร่ และทางเลือกที่คุณมี
แพลนใหม่สำหรับทีมที่ขับเคลื่อน engagement ด้วย push — 1,000 MAU แรกใช้ฟรี พร้อมชุดเครื่องมือเต็มรูปแบบ
อะไรย้ายมาได้ อะไรย้ายไม่ได้ อะไรที่เราทำให้คุณ และสามสิ่งที่เราต้องขอจากคุณ