ธุรกิจไทยยังผูกพันกับพิธีการยื่นนามบัตรด้วยสองมือ แต่ตัวกระดาษเองมีปัญหาเดิมซ้ำๆ ค่ะ พกไปงานสัมมนาแล้วหมดพอดีตอนเจอคนที่อยากรู้จักจริงๆ เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อจนลืม พอเจออีกทีก็จำไม่ได้แล้วว่าใครเป็นใคร แล้วพอเปลี่ยนตำแหน่งหรือเบอร์โทร นามบัตรที่แจกไปก่อนหน้าก็กลายเป็นข้อมูลผิดทันทีโดยไม่มีใครรู้
นามบัตรดิจิทัลใน Apple Wallet แก้ปัญหานี้ได้ทั้งหมด อยู่ในโทรศัพท์ แชร์ได้ในคลิกเดียว และอัปเดตข้อมูลได้แม้คนที่รับไปแล้วจะเก็บไว้นานแค่ไหน บทความนี้จะอธิบายว่านามบัตรดิจิทัลคืออะไรจริงๆ ต่างจาก NFC business card ยังไง ควรใส่ข้อมูลอะไรบ้าง และเอาเข้า Wallet ยังไง สำหรับตลาดไทยที่ผู้ใช้ Android และ iOS มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน (ราว 60/40) นามบัตร Apple Wallet เหมาะกับตอนคุยกับลูกค้าหรือพาร์ตเนอร์ที่ใช้ iPhone โดยตรง ส่วนฝั่ง Android ก็ยังแชร์โปรไฟล์เดียวกันได้ผ่าน QR โค้ดหรือลิงก์ LINE ตามปกติ
นามบัตรดิจิทัล vs. NFC business card: ต่างกันตรงไหน
หลายคนใช้สองคำนี้ปนกันราวกับเป็นสิ่งเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ค่ะ อย่างหนึ่งคือตัวการ์ด อีกอย่างคือวิธีส่งต่อการ์ดนั้น
นามบัตรดิจิทัล คือเนื้อหา ได้แก่ชื่อ ตำแหน่ง บริษัท ข้อมูลติดต่อ และลิงก์ต่างๆ ที่เก็บเป็นโปรไฟล์หรือไฟล์ที่แชร์ได้ ไม่มีรูปร่างทางกายภาพ ส่งต่อได้ผ่านลิงก์ QR โค้ด AirDrop หรือเซฟไว้เป็น Wallet pass
NFC business card คือวัตถุจริง เป็นการ์ดหรือแท็กที่มีชิปฝังอยู่ข้างใน ตั้งโปรแกรมให้เปิดโปรไฟล์ดิจิทัลเมื่อมีคนแตะ ชิปเป็นแค่ตัวกระตุ้น สิ่งที่อีกฝ่ายได้ไปจริงๆ คือนามบัตรดิจิทัล
ทั้งสองอย่างจึงไม่ใช่คู่แข่งกัน คนส่วนใหญ่ใช้ NFC card เป็นตัวส่งต่อนามบัตรดิจิทัล คุณใช้นามบัตรดิจิทัลโดยไม่มี NFC เลยก็ได้ แค่แชร์ผ่าน QR หรือลิงก์ แต่ NFC card ที่ไม่มีอะไรอยู่ข้างหลังจะใช้งานอะไรไม่ได้เลย
| นามบัตรดิจิทัล | NFC business card |
| คืออะไร | โปรไฟล์ติดต่อของคุณ เก็บในรูปแบบดิจิทัล | ชิปทางกายภาพที่ชี้ไปยังโปรไฟล์นั้น |
| ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ไหม | ไม่ต้อง | ต้องซื้อการ์ดหรือแท็ก |
| แชร์ยังไง | ลิงก์, QR, AirDrop, Wallet | แตะกับโทรศัพท์ |
| ใช้ได้กับ | สมาร์ตโฟนทุกรุ่น | โทรศัพท์ที่รองรับ NFC ซึ่งตอนนี้เกือบทุกรุ่นแล้ว |
คืออะไร
นามบัตรดิจิทัล
โปรไฟล์ติดต่อของคุณ เก็บในรูปแบบดิจิทัล
NFC business card
ชิปทางกายภาพที่ชี้ไปยังโปรไฟล์นั้น
ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ไหม
NFC business card
ต้องซื้อการ์ดหรือแท็ก
แชร์ยังไง
นามบัตรดิจิทัล
ลิงก์, QR, AirDrop, Wallet
NFC business card
แตะกับโทรศัพท์
ใช้ได้กับ
นามบัตรดิจิทัล
สมาร์ตโฟนทุกรุ่น
NFC business card
โทรศัพท์ที่รองรับ NFC ซึ่งตอนนี้เกือบทุกรุ่นแล้ว
เริ่มต้นฟรีด้วยนามบัตรดิจิทัลที่แชร์ผ่าน QR หรือ AirDrop วันนี้เลยค่ะ แล้วค่อยเพิ่ม NFC card ทีหลังถ้าอยากได้ความรู้สึกแตะแล้วแชร์ในงานอีเวนต์
นามบัตรดิจิทัลควรใส่ข้อมูลอะไรบ้าง
นามบัตรดิจิทัลใส่ข้อมูลได้มากกว่ากระดาษเยอะ นั่นแหละคือกับดัก หน้าแรกควรอ่านจบภายในสองวินาที เพราะฉะนั้นเก็บเฉพาะสิ่งจำเป็นไว้ด้านบน ส่วนที่เหลือฝังไว้อีกชั้นหนึ่ง
ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่ ชื่อ-นามสกุลเต็ม ตำแหน่งงาน บริษัท เบอร์มือถือและเบอร์ออฟฟิศ อีเมล และลิงก์เว็บไซต์หรือพอร์ตโฟลิโอ นอกเหนือจากนั้นให้เพิ่มเฉพาะสิ่งที่เข้ากับงานของคุณจริงๆ เช่น รูปโปรไฟล์ โลโก้บริษัท LinkedIn ที่อยู่บริษัท หรือ LINE ID สำหรับติดต่อต่อเนื่อง ซึ่งในไทยมักใช้แทนหรือเสริมเบอร์โทรด้วยซ้ำ
ด้านหน้าการ์ด: ชื่อ ตำแหน่ง บริษัท รูปถ่าย ด้านหลังการ์ดหรือโปรไฟล์ที่ลิงก์ไว้: ที่เหลือทั้งหมด หลักการมีแค่นี้จริงๆ
ตั้งค่านามบัตรดิจิทัลใน Apple Wallet ยังไง
มีสองระดับตรงนี้ และควรรู้ก่อนว่าคุณต้องการแบบไหน iPhone แชร์ข้อมูลติดต่อได้แบบเนทีฟ ฟรี ส่วน Wallet pass แบบอินเทอร์แอกทีฟจริงๆ ต้องเพิ่มอีกขั้นตอนหนึ่งและมักต้องพึ่งแอปจากผู้ให้บริการภายนอก
ถ้าแค่อยากส่งข้อมูลติดต่อ iPhone ทำได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องลงแอปเพิ่มหรือเสียเงินสักบาท
- เปิดแอป Contacts แล้วแตะ My Card ที่ด้านบนของรายชื่อ
- แตะ Edit แล้วกรอกรูป ชื่อ บริษัท ตำแหน่ง เบอร์โทร อีเมล และเว็บไซต์ สำหรับลิงก์โซเชียล เลื่อนลงไปที่ add URL แล้วตั้งชื่อแต่ละลิงก์
- แตะ Done
- เมื่อจะแชร์ ให้เปิด My Card เลื่อนลงมา แล้วแตะ Share Contact ส่งผ่าน AirDrop, Messages หรือ Mail เป็นไฟล์ .vcf ที่อีกฝ่ายเซฟเข้าคอนแทคได้เลย
ข้อดีคือเปิดได้บนโทรศัพท์ทุกรุ่นและฟรี ข้อเสียคือข้อมูลจะหยุดนิ่งทันทีที่บันทึกไป การเปลี่ยนแปลงในภายหลังไม่ถึงมืออีกฝ่าย และไม่มีดีไซน์หรือแบรนดิ้งใดๆ เลย
อยากให้เร็วขึ้นไหม ในแอป Shortcuts สร้างชอร์ตคัตที่รัน Get Details of Contacts (ตั้งเป็น My Card) แล้วตามด้วย Share ตั้งชื่อ วางไว้บนหน้าโฮมหรือวิดเจ็ต แล้วแชร์ได้ในแตะเดียวหรือสั่ง Siri ผลลัพธ์ยังเป็น vCard แบบหยุดนิ่งเหมือนเดิม แค่ส่งได้เร็วขึ้นเท่านั้น
วิธี Wallet pass: อินเทอร์แอกทีฟและอัปเดตได้
Wallet pass ตัวจริงไม่ใช่สิ่งที่สร้างได้ในแอป Settings
มันใช้รูปแบบ PassKit ของ Apple ซึ่งเป็นไฟล์ .pkpass ที่เซ็นรับรองแล้ว รวม JSON รูปภาพ และรีซอร์สไว้ด้วยกัน นั่นแปลว่าต้องมีงานพัฒนา iOS เอง หรือทางที่สมเหตุสมผลกว่ามาก คือใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกที่สร้าง pass ให้ตรงตามข้อกำหนดแทนคุณ
สรุปสั้นๆ ได้ว่า vCard คือไฟล์ติดต่อแบบหยุดนิ่งที่ใครก็เปิดได้ ส่วน Apple Wallet pass คือรายการที่ปลอดภัยและอินเทอร์แอกทีฟ อัปเดตตัวเองได้ และแชร์ผ่านวิธีเฉพาะของ Wallet อย่าง NFC หรือลิงก์ QR เมื่อเลือกแอปอย่าง Mobilo, HiHello, Popl หรือ Blinq ควรดูด้วยว่าแพลตฟอร์มนั้นดูแลข้อมูลลูกค้าอย่างไร เพราะเป็นไฟล์ที่ผูกกับข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง
ขั้นตอนเพิ่ม pass หลังสร้างเสร็จในแอปเหล่านี้:
- ในแอป มองหา Add to Apple Wallet หรือ Download Wallet Pass
- iPhone จะแสดงตัวอย่างให้ดู ตรวจสอบรายละเอียดให้ครบ
- แตะ Add ตอนนี้ pass จะถูกเก็บไว้ใน Wallet และใช้งานได้แม้ออฟไลน์
ถ้า pass เพิ่มไม่ได้ ส่วนใหญ่มักเป็นเพราะอินเทอร์เน็ตหลุด iOS เก่าเกินไป หรือไฟล์ที่สร้างมามีปัญหา ลองเช็กการเชื่อมต่อ อัปเดต iOS แล้วสร้าง pass ใหม่อีกครั้ง
เมื่ออยู่ใน Wallet แล้ว แตะที่ pass แล้วใช้ไอคอน More (…) เพื่อพลิกดูด้านหลังหรือลบทิ้ง ถ้าแอปรองรับการอัปเดตแบบไดนามิก การเปลี่ยนตำแหน่งหรือเบอร์โทรในแอปจะอัปเดต pass ให้ทุกคนที่เคยเซฟไว้โดยอัตโนมัติ นี่แหละคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ Wallet pass คุ้มค่ากว่า vCard ธรรมดา
แชร์แบบพบหน้าและแชร์ทางไกล
ไม่ว่าจะสร้างการ์ดมาแบบไหน วิธีส่งต่อก็ต่างกันไปตามสถานการณ์ค่ะ
- AirDrop — เร็วที่สุดเมื่อเจอกันตัวต่อตัวระหว่าง iPhone ด้วยกัน เปิดการ์ด แตะ AirDrop เลือกคนที่ต้องการ ใช้ได้เฉพาะอุปกรณ์ Apple และต้องอยู่ใกล้กัน
- QR โค้ด — ใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ แอปส่วนใหญ่สร้าง QR ให้อัตโนมัติ อีกฝ่ายแค่ส่องกล้องมือถือ เหมาะกับสไลด์นำเสนอ ป้ายหน้าร้าน หรือลายเซ็นอีเมล
- NFC — แตะการ์ดหรือแท็ก NFC กับโทรศัพท์อีกฝ่าย โปรไฟล์จะเปิดขึ้นทันที ไม่ต้องสแกน ไม่ต้องใช้แอป แต่ต้องมีการ์ดจริงติดตัว
- ลิงก์, ข้อความ หรืออีเมล — เหมาะกับการติดตามผลหรือติดต่อคนที่ไม่ได้เจอตัว ส่งลิงก์โปรไฟล์หรือแนบไฟล์ vCard พร้อมข้อความสั้นๆ ให้บริบท เช่น “ยินดีที่ได้รู้จักกันที่ [ชื่องาน] นี่คือนามบัตรของผมครับ”
เลือกวิธีที่เหมาะกับสถานการณ์ เจอตัวกับคนที่ใช้ iPhone เหมือนกัน AirDrop คือคำตอบ ขึ้นเวทีงานสัมมนา ใส่ QR ไว้สไลด์สุดท้าย ติดตามผลสัปดาห์ถัดไป ส่งลิงก์ทางอีเมลก็พอ ถ้าคุยกันต่อทาง LINE อยู่แล้ว จะแปะลิงก์โปรไฟล์ในแชทเลยก็เป็นธรรมชาติดีค่ะ
See Pushwoosh in action
สร้างนามบัตรดิจิทัลได้ในไม่กี่นาที ไม่ต้องเขียนโค้ด ไม่ต้องพัฒนาแอปเอง
Request a demo