หลังจากแพลน Free ของ OneSignal เปลี่ยนแปลงในวันที่ 1 ตุลาคม ทางเลือกแทน OneSignal ที่ควรค่าแก่การเปรียบเทียบแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มครับ กลุ่มที่คิดราคาตามขนาดผู้ใช้: Pushwoosh, PushEngage, Customer.io กลุ่ม enterprise suite ที่ต้องขอใบเสนอราคาจากฝ่ายขายเท่านั้น: Braze, CleverTap, MoEngage, Airship, Insider กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานการแจ้งเตือนที่คิดราคาต่อข้อความ: Knock, Courier, SuprSend, Novu, MagicBell, Engagespot ส่วน Firebase อยู่ใต้แพลตฟอร์มเหล่านี้ทั้งหมด และให้ใช้ฟรี
บทความนี้เปรียบเทียบเฉพาะแพลตฟอร์มที่ส่ง push notification, ข้อความในแอป และอีเมลจริง ๆ ไม่รวม LINE Official Account เพราะ LINE OA เป็นช่องทางเสริมที่ทำงานคู่กับ push notification ไม่ใช่ตัวแทนของระบบ push infrastructure ครับ
ราคาตรวจสอบล่าสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026
OneSignal เปลี่ยนอะไรบ้างในวันที่ 1 ตุลาคม
OneSignal กำหนดเพดานให้กับแพลน Free แล้วครับ Mobile push และข้อความในแอปตอนนี้ต้องมีผู้ใช้งานต่อเดือน (MAU) ต่ำกว่า 1,000 คน บัญชีใหม่จะถึงขีดจำกัดนี้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 ส่วนบัญชีเดิมจะถึงขีดจำกัดในวันที่ 1 ตุลาคม หากเกินขีดจำกัดโดยไม่อัปเกรด ทั้ง 2 ช่องทางนี้จะหยุดส่งจนกว่าจะอัปเกรดเป็นแพลน Growth ซึ่งมีค่าใช้จ่าย $19 ต่อเดือน บวก $0.012 ต่อ MAU ส่วน Web push และอีเมลยังคงใช้ฟรีต่อไป
เกณฑ์นี้มาถึงเร็วกว่าที่ทีมส่วนใหญ่วางแผนไว้ครับ MAU คือการสมัครสมาชิกบนมือถือที่ active ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปิดรับ push หรือไม่ก็ตาม การนับรวมทุกแอปในบัญชีเดียวกัน ไม่ใช่แยกนับตามแอป และหน้าต่าง 30 วันนี้เลื่อนตลอดเวลา การลดขนาดกลุ่มเป้าหมายจึงซื้อเวลาได้แค่ 1 เดือน ไม่ใช่ทางออกถาวร
กลไกทั้งหมด รวมถึงวิธีการนับ: การเปลี่ยนแปลงแพลน Free ของ OneSignal ปี 2026
วิธีที่เราเปรียบเทียบ
เกณฑ์เดียว: กลุ่มเป้าหมายขนาดเดียวกันต้องจ่ายเท่าไรหลังราคาเปลี่ยน วัดที่ 1,000 และ 10,000 MAU พร้อมระบุขีดจำกัดแพลนฟรีไว้ข้าง ๆ
ฟังดูง่าย แต่จริง ๆ แล้วไม่ง่ายเลยครับ จาก 20 แพลตฟอร์มในบทความนี้ มีเพียง 4 แพลตฟอร์มเท่านั้นที่มีราคาเปิดเผยตามขนาดกลุ่มเป้าหมาย ที่เหลือคิดราคาด้วยหน่วยอื่น (ต่อผู้ติดตาม ต่อโปรไฟล์ ต่อข้อความ) หรือต้องขอใบเสนอราคาจากฝ่ายขายเท่านั้น ตารางสรุปจึงมีแค่ 4 แพลตฟอร์มที่เทียบกันได้โดยตรง ส่วนแพลตฟอร์มอื่น ๆ แยกเป็นการ์ดของตัวเอง ใช้หน่วยราคาที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บจริง พร้อมลิงก์แหล่งที่มา ไม่มีการประมาณค่า MAU เพราะตัวเลขที่เดาขึ้นมาแย่กว่าการบอกตรง ๆ ว่า “คิดราคาต่างกัน”
4 แพลตฟอร์มที่เปรียบเทียบราคาโดยตรงได้
| แพลตฟอร์ม | 1K MAU | 10K MAU | แพลนฟรี | ช่องทาง | มือถือหรือเว็บ |
|---|---|---|---|---|---|
| Pushwoosh | $0 | $63/เดือน | 1,000 MAU แรกฟรีทุกเดือน | Push, ข้อความในแอป, Web push, อีเมล, SMS, WhatsApp, Wallet | ทั้งสอง |
| OneSignal | $31/เดือน | $139/เดือน | ต่ำกว่า 1,000 MAU (mobile push, ข้อความในแอป); Web push และอีเมลไม่จำกัด | Push, ข้อความในแอป, อีเมล, SMS | ทั้งสอง |
| PushEngage | ~$9/เดือน | ~$19/เดือน | ผู้ติดตาม 200 คน, 30 แคมเปญ/เดือน | Web push, App push, SMS | ทั้งสอง เน้น web |
| Customer.io | ขั้นต่ำ $100/เดือน | ~$145/เดือน | ไม่มี (ฟรี 12 เดือนสำหรับสตาร์ทอัพที่ระดมทุนต่ำกว่า $10M) | อีเมล, Push, ข้อความในแอป, SMS, Webhooks | ทั้งสอง |
อีก 15 แพลตฟอร์มที่เหลือไม่อยู่ในตารางนี้ เพราะไม่สามารถแปลงราคาเป็นต่อ 1,000 MAU ได้โดยไม่เดาตัวเลข แต่ละแพลตฟอร์มมีการ์ดราคาของตัวเองด้านล่าง ตามหน่วยที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บจริง
รายชื่อทั้งหมด พร้อมราคาและจุดยืน
Pushwoosh
- เหมาะกับ: ทีมที่เน้นมือถือเป็นหลัก ต้องการความสามารถหลายช่องทางโดยไม่ต้องจ่ายราคาระดับ enterprise
- รูปแบบราคา: ตามขนาดกลุ่มเป้าหมาย (MAU)
- ราคา: Push อย่างเดียว $7 ต่อ 1,000 MAU ที่ 1K คือ $0 ที่ 10K คือ $63/เดือน แบบ Omnichannel คิด $13 ต่อ 1,000 MAU ส่วนอีเมลอย่างเดียวคิด $5 ต่อ 1,000 ผู้รับ
- แพลนฟรี: 1,000 MAU แรกทุกเดือน
- มาตรฐานความปลอดภัย: ได้รับการรับรอง SOC 2 Type I และ ISO 27001:2022 สอดคล้อง GDPR พร้อมศูนย์ข้อมูลใน EU และสหรัฐฯ — เป็นสัญญาณความน่าเชื่อถือที่สำคัญเมื่อลูกค้าองค์กรพิจารณาเรื่องความปลอดภัยข้อมูล
- ดีกว่า OneSignal ตรงไหน: การแบ่งกลุ่มตามพฤติกรรม, การวิเคราะห์ RF(M) และ Customer Journey Builder แบบ visual ที่รวม Push, ข้อความในแอป, อีเมล และ SMS ไว้ใน canvas เดียว ในขณะที่ OneSignal ทำได้แค่แบ่งกลุ่มตาม tag และ automation แบบเส้นตรง
- กรณีที่ Pushwoosh ไม่ใช่คำตอบ: ถ้าใช้แค่ Web push เครื่องมือเฉพาะทาง web จะคุ้มกว่า ถ้าต้องการแค่โครงสร้างพื้นฐานโดยไม่มี marketing layer ให้ใช้ Firebase
- การย้ายระบบ: Push token เป็นของแอปคุณเอง อุปกรณ์ iOS และ Android ที่นำเข้ามาจะใช้งานได้ตั้งแต่วันแรก การย้ายทั้งหมดมักใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน ไม่ใช่หลายสัปดาห์
PushEngage
- เหมาะกับ: สำนักพิมพ์และเว็บอีคอมเมิร์ซที่พึ่งพา Web push เป็นหลัก
- รูปแบบราคา: ตามจำนวนผู้ติดตาม
- ราคา: Business เริ่มต้นที่ ~$9/เดือน (แบบรายปี) ปรับตามจำนวนผู้ติดตาม; แพลนคงที่ประมาณ $8–24
- แพลนฟรี: สูงสุด 200 ผู้ติดตาม
- ดีกว่า OneSignal ตรงไหน: ราคาคงที่ที่คาดการณ์ได้ และความลึกของฟีเจอร์ Web push (ตะกร้าสินค้า, การลดราคา, automation สต็อกสินค้า)
- กรณีที่ Pushwoosh ไม่ใช่คำตอบ: ถ้าเน้น engagement บนแอปมือถือและ journey หลายช่องทางเป็นหลัก PushEngage จะครอบคลุมได้แคบกว่า
- การย้ายระบบ: ต้องเก็บ opt-in บนเว็บใหม่ทั้งหมด เพราะการสมัครสมาชิกผูกกับ service worker ของโดเมนต้นทาง ไม่สามารถย้ายข้ามได้
Customer.io
- เหมาะกับ: ทีม SaaS แบบ product-led ที่มีทีมวิศวกรรมและใช้การส่งข้อความตาม event
- รูปแบบราคา: ตามโปรไฟล์
- ราคา: Essentials เริ่มต้นที่ $100/เดือน สำหรับ 5,000 โปรไฟล์; โปรไฟล์เพิ่มเติม $0.009 ต่อโปรไฟล์; Premium เริ่มต้นที่ $1,000/เดือน จ่ายรายปี
- แพลนฟรี: ไม่มี — ทดลองใช้ 14 วัน; โปรแกรมสำหรับสตาร์ทอัพ (ฟรี 1 ปีหากระดมทุนต่ำกว่า $10M)
- ดีกว่า OneSignal ตรงไหน: event trigger ที่ละเอียด และ workflow builder ที่ยืดหยุ่น
- กรณีที่ Pushwoosh ไม่ใช่คำตอบ: การคิดราคาตามโปรไฟล์นับรวมผู้ใช้ที่ไม่ active ด้วย ธุรกิจ B2C ที่มีปริมาณสูงและผู้ใช้เงียบจำนวนมากจะต้องจ่ายเงินให้กับผู้ใช้ที่ไม่ได้ส่งข้อความหาเลย
- การย้ายระบบ: หนักกว่า — ต้อง mapping โมเดลข้อมูลและ event ใหม่ ควรเผื่อเวลาให้ทีมพัฒนา
Firebase Cloud Messaging (FCM)
- เหมาะกับ: นักพัฒนาที่ต้องการแค่ท่อส่งข้อความ และจะสร้างทุกอย่างเพิ่มเติมเอง
- รูปแบบราคา: โครงสร้างพื้นฐานฟรี
- ราคา: $0 ทุกปริมาณการใช้งาน ไม่มี quota การส่ง
- แพลนฟรี: ส่งได้ไม่จำกัด
- ดีกว่า OneSignal ตรงไหน: ต้นทุนเท่านั้น ไม่มีอย่างอื่น มันคือ transport layer ที่ OneSignal (และทุกแพลตฟอร์มในบทความนี้) ใช้ส่งข้อความผ่าน
- กรณีที่ Pushwoosh ไม่ใช่คำตอบ: เกือบตลอดเวลาสำหรับนักการตลาด FCM ไม่มีการแบ่งกลุ่มตามพฤติกรรม, การตั้งเวลา, journey, A/B testing, โปรไฟล์ผู้ใช้ หรือ analytics หลังการส่ง ต้องสร้างทุกอย่างเอง
- การย้ายระบบ: ไม่ใช่การสลับระบบ แต่คือการสร้างใหม่ทั้งหมด $0 ซื้อได้แค่การส่งข้อความ ไม่ใช่ระบบแคมเปญ
Braze
- เหมาะกับ: องค์กรขนาดใหญ่ที่ทำ personalization แบบเรียลไทม์ในระดับสูง
- รูปแบบราคา: ขอใบเสนอราคา
- ราคา: กำหนดเอง ไม่มีอัตราเปิดเผย; วางตำแหน่งระดับสูง
- แพลนฟรี: ไม่มี
- ดีกว่า OneSignal ตรงไหน: การจัดการหลายช่องทาง, ข้อมูลเรียลไทม์ และการแบ่งกลุ่มระดับองค์กร
- กรณีที่ Pushwoosh ไม่ใช่คำตอบ: ถ้าต้องการความครอบคลุมระดับองค์กรและมีงบประมาณกับทีม implementation พร้อม Braze ถูกสร้างมาเพื่อระดับนั้น — Pushwoosh เบากว่าและติดตั้งใช้งานได้เร็วกว่า
- การย้ายระบบ: ใช้ความพยายามในการติดตั้งค่อนข้างมาก มักต้องมีทีมบริการนำทาง
CleverTap
- เหมาะกับ: แอปมือถือด้านเกมและอีคอมเมิร์ซที่เน้นการวิเคราะห์ข้อมูล
- รูปแบบราคา: ส่วนใหญ่ขอใบเสนอราคา (มีแพลนเริ่มต้นเปิดเผย)
- ราคา: ไม่มีราคาเปิดเผย; นำโดยฝ่ายขาย
- แพลนฟรี: ทดลองใช้เท่านั้น
- ดีกว่า OneSignal ตรงไหน: ความลึกของการวิเคราะห์พฤติกรรมและ automation ของ journey
- กรณีที่ Pushwoosh ไม่ใช่คำตอบ: ถ้าการวิเคราะห์ข้อมูลคือหัวใจหลักและต้องการรวมเข้ากับการส่งข้อความอย่างลึกซึ้ง CleverTap เชี่ยวชาญด้านนี้
- การย้ายระบบ: เปลี่ยน SDK และ mapping event ใหม่; ใช้ความพยายามปานกลาง
MoEngage
- เหมาะกับ: แบรนด์ระดับกลางถึงองค์กรที่ต้องการ engagement ที่ขับเคลื่อนด้วย insight
- รูปแบบราคา: ขอใบเสนอราคา
- ราคา: กำหนดเอง
- แพลนฟรี: ทดลองใช้เท่านั้น
- ดีกว่า OneSignal ตรงไหน: การให้คะแนนตามพฤติกรรมและความครอบคลุมหลายช่องทาง (Push, ข้อความในแอป, อีเมล, SMS, Web)
- กรณีที่ Pushwoosh ไม่ใช่คำตอบ: เหมาะกับทีมที่เน้นข้อมูลในธุรกิจธนาคาร สื่อ และอีคอมเมิร์ซ ที่ต้องการ insight ที่มี AI ช่วยในตัว
- การย้ายระบบ: การรวมข้อมูลใช้เวลานานที่สุด ควรวางแผนล่วงหน้า
Airship
- เหมาะกับ: องค์กรที่มีโปรแกรมมือถือที่เติบโตเต็มที่และต้องการความสอดคล้องด้าน compliance
- รูปแบบราคา: ขอใบเสนอราคา
- ราคา: กำหนดเอง ไม่มีอัตราเปิดเผย
- แพลนฟรี: ไม่มี
- ดีกว่า OneSignal ตรงไหน: การกำกับดูแลการส่งข้อความระดับองค์กรและความครอบคลุมช่องทาง
- กรณีที่ Pushwoosh ไม่ใช่คำตอบ: ถ้าต้องการการควบคุมระดับองค์กรแบบเข้มข้นและมีงบประมาณเพียงพอ Airship ถูกสร้างมาเพื่อสิ่งนี้
- การย้ายระบบ: การ onboard ระดับองค์กร นำโดยทีมบริการ
Knock
- เหมาะกับ: ทีมโปรดักต์ที่ต้องการให้การแจ้งเตือนเป็นโครงสร้างพื้นฐานครอบคลุมข้อความในแอป, Push, อีเมล และ Slack
- รูปแบบราคา: ต่อข้อความ
- ราคา: $0.005 ต่อข้อความ ฟรีถึง 10,000 ข้อความ/เดือน จากนั้นประมาณ $250 ต่อ 50,000 ข้อความ
- แพลนฟรี: 10,000 ข้อความ/เดือน
- ดีกว่า OneSignal ตรงไหน: ประสบการณ์ที่ดีสำหรับนักพัฒนาและ API การแจ้งเตือนแบบรวมศูนย์พร้อมการจัดการ preference
- กรณีที่ Pushwoosh ไม่ใช่คำตอบ: Knock ส่งผ่าน APNs/FCM ไม่ใช่แพลตฟอร์มการตลาด และไม่ได้ส่ง push เองโดยตรง ไม่มี UI แคมเปญสำหรับนักการตลาด
- การย้ายระบบ: เป็นการรวมระบบด้านวิศวกรรม ไม่ใช่การย้ายด้านการตลาด
SuprSend
- เหมาะกับ: ทีมพัฒนาที่ต้องการ API การแจ้งเตือนพร้อมชั้น workflow
- รูปแบบราคา: ต่อข้อความ
- ราคา: คิดต่อข้อความ พร้อมแพลนฟรีสำหรับนักพัฒนา
- แพลนฟรี: มี (แพลนสำหรับนักพัฒนา)
- ดีกว่า OneSignal ตรงไหน: การจัดเส้นทางหลายช่องทางและ API ที่เรียบง่าย
- กรณีที่ Pushwoosh ไม่ใช่คำตอบ: ส่งผ่าน APNs/FCM สร้างมาเพื่อวิศวกร ไม่ใช่ทีมแคมเปญ
- การย้ายระบบ: การรวมระบบด้านวิศวกรรม
Courier
- เหมาะกับ: ทีมที่ต้องการจัดการการแจ้งเตือนเชิงธุรกรรมข้ามช่องทางจาก API เดียว
- รูปแบบราคา: ต่อข้อความ
- ราคา: อัตราต่อข้อความที่เปิดเผย; ไม่มีตัวเลขตามขนาดกลุ่มเป้าหมาย
- แพลนฟรี: มี; ควรตรวจสอบโควตาข้อความปัจจุบัน
- ดีกว่า OneSignal ตรงไหน: การจัดเส้นทางเชิงธุรกรรมและ API ที่ไม่ผูกกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง
- กรณีที่ Pushwoosh ไม่ใช่คำตอบ: ไม่ใช่แพลตฟอร์มการตลาด ไม่มีเครื่องมือสร้างแคมเปญสำหรับนักการตลาด
- การย้ายระบบ: การรวมระบบด้านวิศวกรรม
Novu
- เหมาะกับ: ทีมที่ต้องการเฟรมเวิร์กการแจ้งเตือนแบบ open source ทำ self-hosted หรือใช้บนคลาวด์ก็ได้
- รูปแบบราคา: ต่อข้อความ / self-hosted
- ราคา: บนคลาวด์คิดต่อข้อความพร้อมแพลนฟรี; self-hosted ใช้งานฟรี (จ่ายเฉพาะค่าโครงสร้างพื้นฐาน)
- แพลนฟรี: มี (รวมถึง self-hosted แบบ open source)
- ดีกว่า OneSignal ตรงไหน: การควบคุมและต้นทุนในระดับโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ผูกติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง
- กรณีที่ Pushwoosh ไม่ใช่คำตอบ: การทำ self-hosted หมายถึงต้องรับผิดชอบ uptime, การขยายระบบ และ marketing layer เอง — นี่คือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับการควบคุม
- การย้ายระบบ: ต้องสร้างเฟรมเวิร์กเอง นำโดยทีมวิศวกรรม
ทางเลือกอื่นที่พิจารณาด้วย
เพื่อความครบถ้วน แต่ละแพลตฟอร์ม 1 บรรทัด:
- Insider — ชุดเครื่องมือ engagement ระดับองค์กร; ขอใบเสนอราคาเท่านั้น พบได้ในลิสต์อันดับต้น ๆ ส่วนใหญ่
- Vero — อีเมลและ push ตามพฤติกรรม; ขนาดเล็กกว่า เป็นมิตรกับนักพัฒนา
- MagicBell — API กล่องข้อความแจ้งเตือน คิดต่อข้อความ; ไม่ใช่เครื่องมือแคมเปญ
- Engagespot — API การแจ้งเตือน คิดต่อข้อความ; เน้นนักพัฒนา
- PushBase — ตัวเลือก self-hosted แบบเบา (ตรวจสอบการรองรับ mobile push ก่อนอ้างอิง)
- Pushly — แพลตฟอร์ม Web push สำหรับสำนักพิมพ์
- Firepush — Web push เท่านั้น ออกแบบให้แคบโดยตั้งใจ
LINE Official Account ใช้แทน OneSignal ได้ไหม
ใช้แทนกันไม่ได้ครับ LINE OA เป็นช่องทางที่ทรงพลังมากสำหรับผู้ใช้ในไทย (มีผู้ใช้ LINE ในไทยกว่า 50 ล้านคน) แต่ทำหน้าที่เป็นช่องทางเสริม ไม่ใช่ระบบที่จัดการ Push notification, ข้อความในแอป, การแบ่งกลุ่มผู้ใช้ หรือ automation ของ customer journey แนวทางที่ธุรกิจไทยส่วนใหญ่ใช้คือเลือกแพลตฟอร์มจากบทความนี้สำหรับ Push/ข้อความในแอป/อีเมล แล้วเชื่อมต่อกับ LINE เป็นช่องทางเพิ่มเติม
ควรเลือกทางเลือกไหนแทน OneSignal
หากมี MAU ต่ำกว่า 1,000 คนและคงที่อยู่ระดับนี้ แพลน Free ยังคงใช้งานได้ดี ไม่มีความจำเป็นต้องย้ายตอนนี้ และ Pushwoosh ก็ให้ 1,000 คนแรกฟรีเช่นกัน หากไม่อยากทำการเปรียบเทียบแบบนี้ซ้ำอีกในปีหน้า
หาก MAU เกิน 1,000 คนและ push เป็นช่องทางหลัก: บิล Growth คือ $19 บวก $0.012 ต่อ MAU เทียบกับ Pushwoosh ที่ $7 ต่อ 1,000 ช่องว่างจะกว้างขึ้นตามขนาดกลุ่มเป้าหมาย
ผู้ติดตามบนเว็บผ่าน WordPress หรือ Shopify โดยไม่มีแอป: PushEngage
การส่งข้อความตาม event ที่อีเมลรับปริมาณส่วนใหญ่: Customer.io
มีทีมวิศวกร ไม่ต้องการ marketing layer ต้นทุนสำคัญที่สุด: Firebase
นโยบายหรือใบอนุญาตกำหนดให้ต้อง self-hosted: Novu
การแจ้งเตือนเกี่ยวกับสินค้าที่ยิงจาก backend ของตัวเอง ไม่ใช่จากแคมเปญ: Knock
สำหรับธุรกิจโรงแรม ท่องเที่ยว หรือธนาคารที่ต้องการแจ้งเตือนการจอง check-in หรือธุรกรรมแบบเรียลไทม์ในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างสงกรานต์หรือลอยกระทง เกณฑ์เดียวกันนี้ยังใช้ได้อยู่: การดูแลกลุ่มเป้าหมายเดิมหลัง 1,000 MAU มีต้นทุนเท่าไร และแพลตฟอร์มไหนครอบคลุม Push, ข้อความในแอป และอีเมลในที่เดียวโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ 3 ตัวแยกกัน
มี 2 ปัจจัยที่ตัดสินกรณีส่วนใหญ่ครับ ข้อแรก สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจริงในแพลน Free ของ OneSignal — ขีดจำกัด 1,000 MAU คือเหตุผลโดยตรงที่ทำให้เกิดการค้นหาแบบนี้ส่วนใหญ่ ข้อสอง ตัวเลขจริงสำหรับกลุ่มเป้าหมายของคุณ เครื่องคำนวณต้นทุน OneSignal จะแสดงต้นทุนแพลน Growth เทียบข้างกับต้นทุนของกลุ่มเป้าหมายขนาดเดียวกันบน Pushwoosh หากตัดสินใจย้ายระบบ คู่มือการย้ายระบบ จะพาไปทีละขั้นตอนตั้งแต่การนำเข้า token ไปจนถึงการเปลี่ยน SDK และ หน้าเปรียบเทียบแบบละเอียด ครอบคลุมรายละเอียดที่บทความนี้ไม่ได้ลงลึก
ดูว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณจะมีต้นทุนเท่าไรบน Pushwoosh: ลองใช้เครื่องคำนวณ
คำถามที่พบบ่อย