ทีมส่วนใหญ่อยากรู้ว่าแคมเปญไหนที่ทำเงินได้จริง สิ่งที่มักติดขัดคือเรื่อง attribution ครับ ข้อมูลการซื้ออยู่กระจัดกระจายในระบบต่างๆ แต่ละระบบก็มีฟอร์แมตของตัวเอง การเชื่อมโยงกลับไปยังข้อความที่ทำให้เกิดการซื้อจึงกลายเป็นโปรเจกต์แยกต่างหากไปเลย ทีมงานจึงมักกลับไปดูแค่ยอดเปิดกับยอดคลิก เพราะตัวเลขพวกนี้มีอยู่ใน dashboard แล้ว

ทางแก้คือ นำข้อมูลรายได้เข้าสู่แพลตฟอร์มส่งข้อความในรูปแบบที่ระบบใช้งานได้จริง มาดูกันว่า Pushwoosh ทำแบบนี้ได้อย่างไร

ดูการติดตามรายได้แบบใช้งานจริง
ขอชมเดโม

ทำไมข้อมูลรายได้ถึงไปไม่ถึงแพลตฟอร์มส่งข้อความของคุณ 💰

สาเหตุอยู่ที่รูปแบบข้อมูล รายได้ไม่เคยมาในรูปแบบเดียวกันเลยครับ

ตัวอย่างเช่น SDK ของคุณจะยิง in-app purchase event เมื่อมีคนซื้อเพชรในเกม ส่วน backend ก็ส่ง OrderPlaced แบบกำหนดเอง ขณะที่ Stripe และ Shopify ก็ส่ง webhook event ของตัวเองสำหรับการสมัครสมาชิกและคำสั่งซื้อในร้านค้า แต่ละแหล่งก็มีชื่อฟิลด์ โครงสร้าง และความหมายของ “จำนวนเงิน” ที่ต่างกันไปหมด

การจะรายงานรายได้จากทุกแหล่งเหล่านี้รวมกัน ต้องมีคนเขียน logic เฉพาะสำหรับแต่ละแหล่งและคอยดูแลให้ sync กันตลอด ทีมส่วนใหญ่ไม่ทำแบบนี้เพราะแทบไม่เคยเป็นเรื่องเร่งด่วน จนกว่าจะถึงรอบรีวิวปลายไตรมาส ซึ่งพอถึงตอนนั้นข้อมูลก็ไม่มีอยู่แล้ว การติดตามรายได้จึงถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ และทีมก็ยังคงรายงานแค่ยอดเปิด เพราะ metric มาตรฐานพวกนี้เชื่อมต่อไว้อยู่แล้ว

แต่เรื่องนี้แก้ได้เร็วครับ ทั้งหมดสรุปได้ว่าแค่ต้องนำรายได้มารวมในฟอร์แมตเดียวที่สอดคล้องกัน

1 event เดียวสำหรับรายได้ทั้งหมดของคุณ

การ์ดติดตาม conversion events บนหน้า Events ใน Pushwoosh
การติดตาม conversion events บนหน้า Events ใน Pushwoosh

Pushwoosh แก้ปัญหาเรื่องฟอร์แมตด้วย event ในตัว 1 ตัว: PW_Conversion ไม่ว่าต้นทางเดิมจะเป็นอะไร รายได้จะมาอยู่ใน record เดียวที่ normalize แล้ว พร้อม field ชุดคงที่:

หน้าจอตั้งค่า conversion events ใน Pushwoosh พร้อมการแมปราคา สกุลเงิน transaction ID และ product ID
การแมป event ที่มีอยู่แล้วไปยัง PW_Conversion ใน Pushwoosh
  • value — จำนวนเงินของธุรกรรม
  • currency — เช่น THB, USD หรือ EUR
  • transaction_id และ product_id — ตัวระบุแบบเลือกได้

แค่นี้เองครับ ไม่ว่าจะเป็นการต่ออายุสมาชิก การซื้อในแอป หรือคำสั่งซื้อจาก Shopify ทั้งหมดจะกลายเป็น event ประเภทเดียวกัน พอรายได้เข้ามาในรูป PW_Conversion แล้ว ทุกอย่างที่ตามมาก็จะอ่านข้อมูลชุดเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น RFM segmentation, Customer Journeys, dashboard หรือ ManyMoney AI

2 วิธีในการเริ่มติดตาม

คุณตั้งค่า conversion events แยกตามแอปพลิเคชัน และมี 2 เส้นทางให้เลือก เลือกแบบที่ตรงกับวิธีที่ข้อมูลการซื้อของคุณไหลอยู่แล้ว

  1. แมป event ที่มีอยู่แล้ว — ไม่ต้องเขียนโค้ด ถ้าข้อมูลการซื้อไหลเข้า Pushwoosh ผ่าน event อื่นอยู่แล้ว แค่ชี้ Pushwoosh ไปที่ event นั้นได้เลยครับ เลือก event ต้นทางแล้วแมป field: attribute ไหนเก็บราคา attribute ไหนเก็บสกุลเงิน จากนั้น Pushwoosh จะสร้าง PW_Conversion record ให้ทุกครั้งที่ event นั้น trigger โดยไม่ต้องแก้โค้ดแอปแม้แต่บรรทัดเดียว คุณสามารถแมปได้หลายแหล่งพร้อมกัน เช่น custom event purchase_completed คู่กับ webhook จาก Stripe หรือ Shopify
  2. ส่ง PW_Conversion จากโค้ดโดยตรง ถ้าอยากส่งข้อมูลรายได้แบบชัดเจน ให้เพิ่ม postEvent call ตรงจุดที่การซื้อเสร็จสมบูรณ์ในแอปหรือ backend ของคุณ วิธีนี้ต้องอาศัยทีม dev ช่วยหน่อย แต่เป็นการ integrate เล็กๆ ที่ทำครั้งเดียวจบ
🛠️

ดูวิธีตั้งค่าแบบเต็มได้ที่ เอกสาร conversion events

Event ไหนแปลงเป็นรายได้ได้ (และแบบไหนแปลงไม่ได้)

วิธีแมปใช้ได้กับ event ใดก็ตามที่มีจำนวนเงินติดมาด้วย:

  • Custom events — purchase_completed, subscription_renewed, order_placed ของคุณเอง
  • Default events — เมื่อ event นั้นแทนการกระทำที่มีการจ่ายเงิน
  • Inbound-webhook events — Stripe, Shopify และแหล่งการชำระเงินอื่นๆ ที่คุณเชื่อมต่อไว้

สิ่งที่แมปไม่ได้ คือ event ที่ไม่มีจำนวนเงินให้อ่านเลยครับ App_open, screen_view หรือ push_opened แค่บันทึกว่าผู้ใช้ทำอะไร ไม่มีจำนวนเงิน ก็ไม่มีอะไรให้แปลงเป็นรายได้

สิ่งที่คุณวัดผลได้เมื่อรายได้เข้ามาแล้ว

การติดตาม conversion events ใน Pushwoosh พร้อม 3 events ที่แมปแล้ว และ 500 events ที่ trigger ใน 7 วันที่ผ่านมา
การติดตาม conversion events หลังจากแมป events ของคุณแล้ว

นี่คือผลตอบแทนที่แท้จริงครับ เมื่อรายได้ถูก normalize แล้ว 3 สิ่งที่เคยต้องทำงานพิเศษ ก็กลายเป็นฟีเจอร์ในตัวทันที:

  • แบ่งกลุ่มตามยอดใช้จ่าย RFM segmentation อ่าน PW_Conversion โดยตรง ลูกค้าที่ใช้จ่ายสูงสุดของคุณจะเข้ากลุ่ม Champions โดยอัตโนมัติ พร้อมสำหรับ offer สร้างความภักดีทันที
  • พิสูจน์ว่า journey ไหนที่ผลักดันให้เกิดการซื้อจริง ตั้งค่า PW_Conversion เป็น Conversion Goal ใน Customer Journey ไหนก็ได้ หลังจาก journey รันเสร็จ สถิติของเป้าหมายจะแสดงว่ามีผู้ใช้กี่คนที่ซื้อจริงๆ ไม่ใช่แค่กี่คนที่เปิดอ่าน คำถามที่ว่า “flow นี้คุ้มค่าไหม” ก็มีคำตอบให้เห็นบน canvas เลย
  • รายงานรายได้ใน dashboard ควบคู่กับ metric อื่นๆ ที่สำคัญของแอป โดยไม่ต้องสร้าง logic เฉพาะสำหรับทุก purchase event

หาแอปของคุณในตารางนี้

การตั้งค่าแบบเดียวกันปรับใช้ได้ตามที่แอปของคุณสร้างรายได้จริง ลองหาแถวที่ใกล้เคียงกับแอปของคุณดูครับ:

ประเภทแอปEvents ที่ต้องแมปหรือส่งสิ่งที่คุณจะเห็นในที่สุด
E-commerceแมป order_placed + webhook จาก Shopify หรือ Stripeflow กู้คืนตะกร้าสินค้าไหนสร้างออเดอร์จริง; RFM ตามยอดใช้จ่ายเพื่อหาลูกค้าประจำก่อนช่วง year-end sale
Gamingส่ง iap_completed, battle_pass_bought จากโค้ดoffer หลังจบด่านแปลงเป็นยอดซื้อจริงไหม ไม่ใช่แค่เปิดดู; segment ตามยอดใช้จ่ายสำหรับผู้เล่นมูลค่าสูง
Subscription (สื่อ, streaming)แมป subscription_renewed, plan_upgraded (Stripe, App Store)journey เรียกคืนสมาชิกสร้างการต่ออายุจริงไหม; RFM ตามความใหม่ของการต่ออายุ
ท่องเที่ยวและโรงแรมแมป booking_confirmed + บริการเสริมอย่าง seat_upgraded, room_upgradedflow แจ้งเตือนราคาลดแบบไหนแปลงเป็นการจองจริง เชื่อมกับ LINE OA เพื่อ re-engagement นักท่องเที่ยวที่เคยมา; segment ตามมูลค่าทริป
FinTechแมป premium_subscribed, first_trade หรือ payment webhooknudge ตอน onboarding แบบไหนนำไปสู่บัญชีที่มีเงินฝากจริง; segment ตามปริมาณธุรกรรม
Food deliveryแมป order_placed จาก backend ของคุณpush แบบไหนกระตุ้นให้สั่งซ้ำ; RFM ตามความใหม่ของออเดอร์ล่าสุด
ประเภทแอป
1 / 6
E-commerce
Events ที่ต้องแมปหรือส่ง
แมป order_placed + webhook จาก Shopify หรือ Stripe
สิ่งที่คุณจะเห็นในที่สุด
flow กู้คืนตะกร้าสินค้าไหนสร้างออเดอร์จริง; RFM ตามยอดใช้จ่ายเพื่อหาลูกค้าประจำก่อนช่วง year-end sale
ประเภทแอป
2 / 6
Gaming
Events ที่ต้องแมปหรือส่ง
ส่ง iap_completed, battle_pass_bought จากโค้ด
สิ่งที่คุณจะเห็นในที่สุด
offer หลังจบด่านแปลงเป็นยอดซื้อจริงไหม ไม่ใช่แค่เปิดดู; segment ตามยอดใช้จ่ายสำหรับผู้เล่นมูลค่าสูง
ประเภทแอป
3 / 6
Subscription (สื่อ, streaming)
Events ที่ต้องแมปหรือส่ง
แมป subscription_renewed, plan_upgraded (Stripe, App Store)
สิ่งที่คุณจะเห็นในที่สุด
journey เรียกคืนสมาชิกสร้างการต่ออายุจริงไหม; RFM ตามความใหม่ของการต่ออายุ
ประเภทแอป
4 / 6
ท่องเที่ยวและโรงแรม
Events ที่ต้องแมปหรือส่ง
แมป booking_confirmed + บริการเสริมอย่าง seat_upgraded, room_upgraded
สิ่งที่คุณจะเห็นในที่สุด
flow แจ้งเตือนราคาลดแบบไหนแปลงเป็นการจองจริง เชื่อมกับ LINE OA เพื่อ re-engagement นักท่องเที่ยวที่เคยมา; segment ตามมูลค่าทริป
ประเภทแอป
5 / 6
FinTech
Events ที่ต้องแมปหรือส่ง
แมป premium_subscribed, first_trade หรือ payment webhook
สิ่งที่คุณจะเห็นในที่สุด
nudge ตอน onboarding แบบไหนนำไปสู่บัญชีที่มีเงินฝากจริง; segment ตามปริมาณธุรกรรม
ประเภทแอป
6 / 6
Food delivery
Events ที่ต้องแมปหรือส่ง
แมป order_placed จาก backend ของคุณ
สิ่งที่คุณจะเห็นในที่สุด
push แบบไหนกระตุ้นให้สั่งซ้ำ; RFM ตามความใหม่ของออเดอร์ล่าสุด

ติดตามรายได้ในที่ที่นักการตลาดทำงานอยู่แล้ว

Conversion events เป็นแค่ 1 ส่วนของทิศทางใหญ่ของ Pushwoosh ครับ นั่นคือการทำให้รายได้มองเห็นได้ในที่ที่นักการตลาดทำงานอยู่แล้ว แทนที่จะต้องไปเปิดรายงานแยกต่างหาก

คุณตัดสินใจอยู่แล้วว่าจะส่งอะไร ส่งให้ใคร และส่งบ่อยแค่ไหน ตอนนี้การตัดสินใจเหล่านั้นอิงจากยอดเปิดและยอดคลิก เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่เราส่งกลับไปให้คุณ พอส่ง PW_Conversion มา การตัดสินใจแบบเดียวกันก็จะอิงจากเงินแทน ว่าแคมเปญไหนควรเก็บไว้ แคมเปญไหนควรตัดทิ้ง กลุ่มไหนควรได้รับข้อความมากขึ้น และกลุ่มไหนที่แค่ทำให้คนยกเลิกรับข่าวสารโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย

Tatevik Bidzhoian
Tatevik Bidzhoian
Head of Product ที่ Pushwoosh

พอรายได้เริ่มไหลเข้ามา ก็จะมีผลตอบแทนที่ทบต้นเพิ่มขึ้นด้วยครับ:

🤖

AI marketing copilot ของ Pushwoosh อย่าง ManyMoney AI ก็อ่าน PW_Conversion เหมือนกัน คุณจึงถามเป็นภาษาปกติได้เลยว่ายอดขายเป็นอย่างไร หรือแคมเปญไหนทำเงินได้ดี แล้วรับคำตอบจากข้อมูลสดโดยตรง ไม่ต้องรอรายงาน มันยังทำงานด้วย signal เดียวกันแบบอัตโนมัติ ขยายแคมเปญที่ทำเงินได้ และหยุดแคมเปญที่ไม่ได้ผล

เริ่มใช้การติดตามรายได้ใน Pushwoosh

เริ่มจากเส้นทางที่ใช้แรงน้อยที่สุดก่อนครับ ไม่ว่าจะแมป event ที่ส่งอยู่แล้ว หรือส่งตัวอย่าง postEvent ให้ทีม dev ตั้งค่า PW_Conversion เป็น Conversion goal ใน journey ถัดไป แล้วดูรายได้ปรากฏขึ้นข้างๆ ยอดเปิดและยอดคลิก

ดูว่าแคมเปญของคุณทำเงินได้จริงเท่าไหร่
ทดลองใช้ฟรี
🎯

สิ่งหนึ่งที่ conversion events บอกคุณไม่ได้คือ แคมเปญของคุณเป็นตัว ทำให้เกิด รายได้นั้นจริงไหม หรือผู้ใช้เหล่านั้นจะซื้ออยู่แล้วไม่ว่าจะได้รับข้อความหรือไม่ นี่คือการวัดผลอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า Global control group และเป็นขั้นตอนต่อไปที่เป็นธรรมชาติ เมื่อคุณติดตามรายได้ได้แล้ว


Valentina Stepanova
Content Marketing Writer ที่ Pushwoosh
แชร์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด