หน้าจอขอสมัครรับการแจ้งเตือน
ถามผู้เข้าชมก่อนที่เบราว์เซอร์หรือระบบปฏิบัติการจะถามเอง ด้วยข้อความที่คนอ่านจริง ๆ ครับ Pushwoosh มีหน้าจอขอสมัครมาตรฐาน ปุ่มกระดิ่งสำหรับสมัครรับ ป๊อปอัปที่แสดงซ้ำได้มากกว่าหนึ่งครั้ง และหน้าจอเกริ่นนำบนมือถือที่สร้างจาก in-app message — ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนกล่องโต้ตอบของระบบที่คนส่วนใหญ่เห็นแค่ครั้งเดียวในชีวิต
คุณมีโอกาสถามได้แค่ครั้งเดียว
ผู้เข้าชมเปิดเว็บไซต์ของคุณ แล้วเบราว์เซอร์ก็ขึ้นกล่องโต้ตอบขอสิทธิ์แจ้งเตือนขึ้นมาแทรกทันที ก่อนที่เขาจะรู้ด้วยซ้ำว่าเว็บนี้ทำอะไร คนส่วนใหญ่กดปฏิเสธแบบอัตโนมัติ และการตัดสินใจนั้นแทบจะเปลี่ยนกลับไม่ได้เลยครับ — Chrome และ Firefox จะเริ่มมองว่าเว็บไซต์ถูกบล็อกหลังถูกปฏิเสธสองครั้ง ส่วน iOS ให้กล่องโต้ตอบจริงจากระบบแค่ครั้งเดียวตลอดไป หน้าจอขอสมัครรับการแจ้งเตือนคือคำถามที่มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นปุ่มกระดิ่ง แถบเลื่อนเข้ามา หรือหน้าจอใน in-app ที่อธิบายให้ผู้ใช้เข้าใจก่อนว่ากำลังยอมรับอะไร ก่อนที่กล่องโต้ตอบของระบบจะขึ้นมาและใช้โอกาสจริงเพียงครั้งเดียวนั้นไปจนหมด — เรื่องนี้สำคัญเป็นพิเศษในช่วงแคมเปญที่มีคนเข้าเว็บพร้อมกันเยอะ ๆ อย่างเทศกาลสงกรานต์หรือ 11.11 / 12.12 เพราะถ้าพลาดโอกาสแรกไป ผู้เข้าชมกลุ่มนั้นมักไม่กลับมาให้ถามใหม่
สิ่งที่มีให้ใช้ทันทีโดยไม่ต้องเขียนโค้ด
บนเว็บ หน้าจอขอสมัครมาตรฐานเป็นวิดเจ็ตแบบ no-code ที่แสดงก่อนกล่องโต้ตอบของเบราว์เซอร์ และจะเรียกกล่องโต้ตอบนั้นก็ต่อเมื่อผู้ใช้กดยอมรับแล้วเท่านั้น ปุ่มกระดิ่ง (subscribeWidget) จะค้างอยู่บนหน้าเว็บสำหรับคนที่ข้ามคำถามแรกไป ส่วนป๊อปอัปแบบกำหนดเอง (subscribePopup) มีตัวเลือก “ถามทีหลัง” หรือ “สมัครรับ” ปรับแต่งได้และเรียกใช้ผ่าน API toggle() เมื่อไหร่ก็ได้ตามจังหวะที่คุณกำหนดเอง ฟอร์มสมัครรับทางอีเมลจะเก็บ opt-in อีกชุดแยกต่างหาก พร้อมตัวเลือก double opt-in
แสดงซ้ำได้ ไม่ใช่โอกาสเดียวจบ
ป๊อปอัปแบบกำหนดเองแสดงได้หลายครั้งเท่าที่ต้องการ ต่างจากกล่องโต้ตอบของระบบที่ Chrome และ Firefox บล็อกหลังถูกปฏิเสธสองครั้ง
หน้าจอเกริ่นนำบนมือถือ ต้องประกอบเอง
In-app message ทำหน้าที่เป็นหน้าจอเกริ่นนำ และจะเรียกขอสิทธิ์จากระบบจริงก็ต่อเมื่อผู้ใช้แตะผ่านหน้านั้นแล้ว — ไม่มีปุ่ม "ขอสิทธิ์แจ้งเตือน" สำเร็จรูปสำหรับมือถือ คุณต้องประกอบเองครับ
iOS และ Android 13 จัดการผ่าน SDK
Provisional authorization ของ iOS สมัครรับให้ผู้ใช้แบบเงียบ ๆ โดยไม่มีกล่องโต้ตอบเลย ส่วน runtime permission ของ Android 13 เรียกผ่าน SDK ในจังหวะที่คุณเลือกเอง
แสดงได้เท่าที่ต้องการ
แสดงป๊อปอัปแบบกำหนดเองซ้ำได้เรื่อย ๆ จนกว่าผู้ใช้จะสมัครรับหรือปฏิเสธไปเลย โดยไม่มีขีดจำกัด และไม่มีความเสี่ยงที่เบราว์เซอร์จะมองว่าเว็บไซต์ถูกบล็อก อย่างที่จะเกิดขึ้นหลังการปฏิเสธจากระบบสองครั้ง ความต่อเนื่องแบบนี้คือเหตุผลที่ต้องมีป๊อปอัปของตัวเองแทนที่จะพึ่งกล่องโต้ตอบของระบบอย่างเดียว สำหรับตลาดไทยที่สัดส่วนผู้ใช้ Android อยู่ราว 60% และ iOS ราว 40% การมีป๊อปอัปที่ทำงานเหมือนกันทุกแพลตฟอร์มช่วยเก็บผู้สมัครรับได้มากกว่า แทนที่จะพึ่งข้อจำกัดของ iOS ที่เข้มกว่าเพียงอย่างเดียว
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับ Push Notification บนเว็บ
Push Notification บนเว็บ เข้าถึงได้เฉพาะคนที่กดยอมรับแล้วเท่านั้น และการยอมรับนั้นต้องผ่านค่าเริ่มต้นที่ไม่เป็นมิตรเท่าไรนัก — กล่องโต้ตอบของระบบถูกออกแบบมาเพื่อเอาคำตอบ ไม่ใช่เพื่อโน้มน้าวใคร หน้าจอขอสมัครรับการแจ้งเตือนคือขั้นตอนที่เปลี่ยนผู้เข้าชมทั่วไปให้กลายเป็นผู้ติดต่อที่ระบบส่วนอื่นทำงานต่อได้จริง ทราฟฟิกที่เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณจะจบลงด้วยช่องทางที่ใช้งานได้จริงมากขึ้น แทนที่จะเป็นแค่เซสชันที่เข้ามาแล้วหายไปเฉย ๆ
Opt-in เดียว ไม่ใช่แค่ช่องทางเดียว
Opt-in เดียวกันที่วิดเจ็ตบนเว็บหรือหน้าจอเกริ่นนำบนมือถือเก็บไว้ จะลงทะเบียนเป็นโปรไฟล์เดียวครอบคลุมทั้ง push, web, email และ in-app จากนั้นการตรวจสอบความเข้าถึงได้และ channel fallback ใน Customer Journey Builder จะเลือกว่าช่องทางไหนที่ไปถึงคนคนนั้นได้จริง เริ่มจาก push แล้วต่อด้วย email แล้วจึง SMS หน้านี้ดูแลเฉพาะโอกาสสมัครรับบนฝั่งพุชและเว็บ ส่วน LINE OA ยังทำงานเป็นช่องทางเสริมแยกต่างหากตามที่ธุรกิจไทยส่วนใหญ่ใช้อยู่แล้วครับ
วิธีใช้งาน
-
เปิดใช้งานวิดเจ็ต
เปิดหน้าจอขอสมัครมาตรฐาน ปุ่มกระดิ่ง หรือป๊อปอัปแบบกำหนดเองที่ Settings → Platform Configuration → Web Push หรือตั้งค่าโดยตรงในคอนฟิก
Pushwoosh.init -
จับจังหวะที่ใช่จริง ๆ
เรียกป๊อปอัปผ่าน API
toggle()หลังจากผู้เข้าชมทำอะไรบางอย่างที่แสดงความสนใจ เช่น อ่านบทความจบ หรือเพิ่มสินค้าลงตะกร้า แทนที่จะเรียกทันทีที่หน้าเว็บโหลดเสร็จ -
ประกอบหน้าจอเกริ่นนำบนมือถือ
สร้าง in-app message เป็นหน้าจอขอสิทธิ์เบื้องต้น แล้วเรียกขอสิทธิ์จริงจาก SDK ก็ต่อเมื่อผู้ใช้แตะผ่านหน้านั้นแล้วเท่านั้น
ถามอีกครั้ง ในจังหวะที่ใช่
หน้าจอขอสมัครรับการแจ้งเตือนเป็นคำถามเล็ก ๆ แต่มันตัดสินว่าคุณจะเข้าถึงผู้ชมของคุณได้มากแค่ไหนจริง ๆ ครับ
สำรวจผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
Web push notification จาก Pushwoosh — แจ้งผู้เข้าชมผ่านเบราว์เซอร์แม้ปิดเว็บแล้ว รองรับทุกเบราว์เซอร์ เดสก์ท็อปและมือถือ รวม iOS ผ่าน PWA เริ่มใช้งานฟรี
การแจ้งเตือนแบบ Push บนมือถือจาก Pushwoosh เข้าถึงทุกอุปกรณ์ พร้อม Rich Media, targeting ที่แม่นยำ และ Journey ข้ามช่องทางรวม LINE เปลี่ยนผู้ใช้ให้ภักดี
ข้อความในแอปจาก Pushwoosh: ทำ onboarding, upsell, แจ้งข่าวสาร หรือเก็บ feedback ในช่วงเวลาที่ผู้ใช้กำลังโฟกัสอยู่กับแอปของคุณ ด้วย editor แบบไม่ต้องเขียนโค้ด, native SDK template และระบบวิเคราะห์รายองค์ประกอบ รองรับ GDPR เริ่มใช้งานฟรี
วางแผนและปรับปรุงแคมเปญของคุณด้วยเครื่องมือภาพเดียว สื่อสาร ดึงดูด รักษา และแปลงกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการแบ่งส่วนและทดลองใช้กับ Pushwoosh Customer Journey Builder
กระตุ้นให้ผู้เล่นกลับมาด้วยแคมเปญฟื้นฟูอัจฉริยะ ส่งข้อความเชิงกลยุทธ์ กิจกรรมเฉพาะช่วงเวลา และรางวัลที่ดึงดูดให้เกมเมอร์กลับมาเล่นอีกครั้ง
สร้างข้อความ push, อีเมล หรือ in-app เพียงครั้งเดียว พร้อมทุกเวอร์ชันภาษา แล้วนำไปใช้ซ้ำในแคมเปญ, customer journey และ API sends ได้ทั้ง 7 ช่องทางของ Pushwoosh รวมถึง LINE ครับ