vol.1 ที่ออกก่อนหน้านี้ในเดือนนี้พาโฟกัสไปที่ analytics ครับ — ติดตามรายได้, control group analytics และ native in-app messages เวอร์ชันแรก ส่วน vol.2 นี้เดินหน้าต่อ: เพิ่มวิธีสร้างคอนเทนต์ในแอปให้หลากหลายขึ้น ตั้งค่าแบรนด์ให้เร็วขึ้น และเจาะข้อมูล analytics ได้ละเอียดขึ้นครับ
นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนไป 👇
ข้อความในแอป: 3 รูปแบบใหม่ พร้อม Preview ที่ใช้งานได้จริง 📱
Native in-app messages เปิดตัวไปแล้วใน vol.1 ด้วย modal, fullscreen และ stories ครับ อัปเดตนี้เพิ่มรูปแบบการแสดงผลอีก 3 แบบ:
- Sheet — แผ่นที่เลื่อนขึ้นจากด้านล่างจอ ลากลงเพื่อปิดได้
- Carousel — การ์ดเต็มจอที่ผู้ใช้ปัดดูทีละใบ
- Banner — แถบขนาดกะทัดรัดติดขอบบนหรือล่างจอ เหมาะกับการแจ้งเตือนแบบเบาๆ ที่ไม่บังหน้าจอทั้งหมด
ตัวอย่างที่เจอบ่อยในตลาดไทย: ร้าน e-commerce ใช้ Banner แจ้งโปรโมชันช่วงเทศกาลอย่างสงกรานต์หรือ 11.11 โดยไม่ขัดจังหวะการช้อปปิ้ง ส่วนแอปโรงแรมและสายการบินใช้ Carousel โชว์แพ็กเกจท่องเที่ยวหรือโปรโมชันห้องพักหลายรายการในหน้าจอเดียว
รูปแบบใหม่ 3 แบบนี้ต้องใช้ SDK เวอร์ชันใหม่กว่าชุดแรกครับ: iOS SDK 7.2.1+ หรือ Android SDK 6.10.1+ (ส่วน modal, fullscreen และ stories ใช้งานได้ตั้งแต่ 7.2.0 / 6.10.0) ควรเช็คกับทีมพัฒนาก่อนวางแผนแคมเปญรอบนี้ครับ เพราะผู้ใช้ที่ยังไม่อัปเดต SDK จะไม่เห็นฟีเจอร์ใหม่นี้
2 อัปเดตเล็กในหมวดเดียวกัน:
- Interactive preview ใน in-app editor — กดปุ่มทดสอบ, ไล่ดู flow หลายหน้าจอ และสลับมุมมองระหว่างมือถือกับเดสก์ท็อปได้เลย ทำให้ทดสอบพฤติกรรมจริงแทนที่จะดูแค่ mockup นิ่งๆ
- หน้า In-apps list ที่ปรับใหม่ — Content → In-apps ตอนนี้มีปุ่มสลับมุมมอง tile/table, badge บอก TYPE บนแต่ละเทมเพลต, คอลัมน์ Updated และปุ่ม Create in-app อยู่ด้านบน
Brand book: สร้างแบรนด์ของคุณจากการสแกนเว็บไซต์ 🛠️
แต่ก่อนการตั้งค่าดีไซน์แบรนด์ต้องกรอกสี, ฟอนต์ และโลโก้เองทีละอย่าง ตอนนี้ Brand book ทำขั้นตอนแรกให้คุณได้แล้วครับ: กรอกโดเมนของคุณ กด Scan site แล้ว Pushwoosh จะอ่านหน้าเว็บและ stylesheet เพื่อดึงชุดสี, ฟอนต์, โลโก้ และคำอธิบาย Brand voice ออกมาให้อัตโนมัติ
สิ่งที่เปลี่ยนไป: โปรเจกต์ใหม่ได้ brand kit ที่ใช้งานได้จริงจากการสแกนครั้งเดียว แทนที่จะตั้งค่าเองทั้งหมด แล้วนำไปใช้กับเทมเพลตอีเมลหรือ in-app ไหนก็ได้ในคลิกเดียว — เหมาะมากสำหรับธุรกิจ e-commerce หรือธุรกิจท่องเที่ยวในไทยที่เพิ่งเริ่มทำมาร์เก็ตติ้งแบบ automation และอยากได้ brand kit พร้อมใช้แบบเร็วที่สุด
Brand voice คืออีกครึ่งหนึ่งของฟีเจอร์นี้ครับ เวลา AI ของ Pushwoosh เขียนอีเมลหรือ in-app ใหม่ตั้งแต่ต้น brand voice ที่คุณบันทึกไว้จะกำหนดโทนเสียงให้ — เพราะ “ตรงกับแบรนด์” ไม่ได้มีแค่เรื่องสีเท่านั้น (ฟีเจอร์นี้ทำงานตอน AI เขียนคอนเทนต์ใหม่ ไม่ใช่ตอนแก้ไขคอนเทนต์ที่คุณสร้างไว้แล้ว)
Web popup: แกลเลอรีเทมเพลตและการตั้งค่าที่คล่องตัวขึ้น 💬
ตอนนี้มีแกลเลอรีเทมเพลตสำเร็จรูปประมาณ 30 แบบ พร้อมตัวกรองตามหมวดหมู่ ทำให้เริ่มต้นจากเลย์เอาต์ที่มีอยู่แล้วแทนที่จะเริ่มจากหน้าว่างครับ
เทมเพลตครอบคลุมทั้งแบบ modal, bottom bar และ side panel — ใช้ได้ตั้งแต่ป๊อปอัปเก็บอีเมลของร้าน e-commerce ก่อนลูกค้าออกจากหน้าเว็บ ไปจนถึงป๊อปอัปโปรโมตแพ็กเกจของธุรกิจท่องเที่ยวช่วงเทศกาลอย่างสงกรานต์หรือลอยกระทง
และการตั้งค่าก็รัดกุมขึ้น: popup ต้องมีเนื้อหาก่อนถึงจะบันทึกได้ และ subscription form ของมันจะถูกเก็บไว้พร้อมกับ popup แทนที่จะแยกไปตั้งค่าต่างหาก
วัดผลแยกตามเซกเมนต์ 📊
กราฟใน Dashboard ตอนนี้แบ่งข้อมูลตาม Segment ได้แล้วครับ: เพิ่มตัวกรอง segment ได้สูงสุด 3 กลุ่มในกราฟเดียว เปิด Segment breakdown แล้วแต่ละกลุ่มจะกลายเป็นเส้นกราฟของตัวเอง แทนที่จะรวมกันเป็นก้อนเดียว
ใช้ดูได้ เช่น ธุรกิจธนาคารที่อยากเทียบ engagement ของลูกค้าใหม่กับลูกค้าประจำ หรือร้าน e-commerce ที่อยากเห็นว่ากลุ่มลูกค้าที่ซื้อผ่านแคมเปญสงกรานต์มี performance ต่างจากกลุ่มลูกค้าปกติแค่ไหน — ได้คำตอบในกราฟเดียวโดยไม่ต้อง export ข้อมูลไปเทียบเอง
ควบคุมได้มากขึ้นในงานประจำวัน ⚙️
อัปเดตเล็กๆ อีกชุดที่ใช้บ่อยครับ:
- Condition Split เทียบได้ 2 field. ใน Customer Journey Builder, Condition Split ตอนนี้เทียบ tag หรือ attribute หนึ่งกับอีกอันได้เลย ไม่ใช่แค่เทียบกับค่าคงที่ ทำให้แยกเส้นทางตาม logic แบบ “วันที่ใช้งานล่าสุดอยู่หลังวันที่ซื้อล่าสุด” ได้ อ่านเพิ่มเติม →
- ตัวนับเวลา WhatsApp 24 ชั่วโมง หน้าแชทตอนนี้โชว์ countdown ของ 24-hour customer service window แบบเรียลไทม์ และล็อกช่องพิมพ์ข้อความเมื่อหมดเวลา ทำให้รู้ทันทีว่าข้อความแบบ free-form จะส่งผ่านได้อยู่ไหม อ่านเพิ่มเติม →
- แนบไฟล์ MMS ใน SMS preset SMS preset รองรับ MMS แล้ว: ใส่หัวเรื่องและแนบไฟล์เข้ากับข้อความได้เลย อ่านเพิ่มเติม →
- ทดสอบอีเมลได้หลายที่อยู่พร้อมกัน ส่งอีเมลทดสอบไปยังผู้รับหลายคนได้ในครั้งเดียว แทนที่จะส่งทีละที่อยู่ อ่านเพิ่มเติม →
- ลงทะเบียน test device จากในแอป เปิด Add test devices from the app แล้วในชั่วโมงถัดไป ทุกอุปกรณ์ที่เปิดแอปของคุณจะลงทะเบียนเป็น test device ให้เองโดยไม่ต้องกรอก ID เอง อ่านเพิ่มเติม →
- แท็บ Inbox ใน User Explorer User Explorer ตอนนี้มีแท็บ Inbox แล้ว ทำให้ดูข้อความที่ค้างอยู่ใน inbox ของผู้ใช้แต่ละคนได้ อ่านเพิ่มเติม →
ลองใช้อัปเดตเหล่านี้ด้วยตัวเอง
ทุกฟีเจอร์ด้านบนพร้อมใช้งานในบัญชีของคุณแล้วครับ
ดูรายการอัปเดตทั้งหมดได้ใน release notes ของเราครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด