โปรแกรม wallet pass ส่วนใหญ่ออกบัตรให้ตั้งแต่ตอนสมัครสมาชิก แล้วก็หวังให้ลูกค้าจำได้เองว่ามีบัตรนี้อยู่ พอลูกค้ามายืนอยู่หน้าร้านคุณจริง ๆ บัตรก็จมอยู่ลึกสามหน้าจอในแอป wallet ที่เขาไม่ได้เปิดมาเป็นเดือนแล้ว
ลองสลับตัวจุดชนวนดูครับ ออกบัตรทันทีที่ลูกค้าเดินเข้ามาในระยะ แล้วบัตรจะไปโผล่บนหน้าจอล็อกตั้งแต่ตอนที่เขายังตัดสินใจซื้อไม่เสร็จ
นี่คือทั้งหมดในรูปแบบ Customer Journey เดียวใน Pushwoosh: การเข้า geozone, wallet pass ที่ฝังข้อเสนอไว้ในตัว และ push notification ที่ส่งลิงก์บัตรให้ตรงกับแพลตฟอร์มที่ลูกค้าใช้อยู่
ทำไมควรทริกเกอร์ด้วยตำแหน่งที่ตั้ง ไม่ใช่ฟอร์มสมัครสมาชิก
wallet pass ที่ออกตอนสมัครสมาชิกต้องแข่งกับทุกขั้นตอน onboarding อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น permission prompt, ฟอร์มกรอกโปรไฟล์ หรือทัวร์แนะนำแอปที่แทบไม่มีใครดูจนจบ ลูกค้าส่วนใหญ่ปิดหน้าจอไปก่อนที่บัตรจะถูกเพิ่มเข้า wallet ด้วยซ้ำ
ในทางกลับกัน บัตรที่ออกตอนเข้า geozone ข้ามการแข่งขันนั้นไปเลย ไม่มีฟอร์มมาคั่นระหว่างลูกค้ากับบัตร และข้อเสนอก็ตรงกับ 5 นาทีที่เขากำลังตัดสินใจซื้อจริง ๆ ไม่ใช่อารมณ์ตอนที่เขาสมัครสมาชิกไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
Geozone คือขอบเขตพื้นที่เสมือนแบบวงกลมหรือ polygon ที่ล้อมรอบสถานที่จริง เช่น ร้านค้า เทอร์มินัล หรือสถานที่จัดงาน จับกลุ่มเป็น cluster แล้วการเข้าโซนใดโซนหนึ่งใน cluster นั้นจะยิง event เดียวที่ Customer Journey ของคุณนำไปใช้เป็นตัวเริ่มต้น flow ได้
วิธีสร้าง journey สำหรับ wallet pass แบบ geofencing
ก่อนเปิดตัว journey สำหรับ wallet pass แบบทริกเกอร์ด้วยตำแหน่งที่ตั้ง คุณต้องมี 2 อย่าง: เทมเพลต Wallet pass ที่เชื่อมต่อกับ Apple และ/หรือ Google แล้ว และ geozone cluster ที่วาดล้อมสาขาของคุณไว้ พอมีทั้งสองอย่างแล้ว คุณสร้าง journey ได้ใน 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ครับ
- 1
การเข้า Geozone
อุปกรณ์เข้าสู่โซนใดโซนหนึ่งใน cluster แล้วยิง event entry (เช่น
PW_GeozoneEntered) นี่คือจุดเริ่มต้นของ journey เลย คุณจึงไม่ต้องสร้างลิสต์รายชื่อหรือตั้งเวลาแคมเปญเอง - 2
ออก wallet pass
journey จะออก Apple หรือ Google Wallet pass ทันทีจากเทมเพลตของคุณ ใส่ข้อเสนอจริงลงในฟิลด์ใดฟิลด์หนึ่งตอนตั้งค่าแคมเปญ (เช่น ส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์) แล้วมันจะฝังอยู่ในทุกบัตรที่ออกในรอบนั้น บัตรจะไปอยู่บนอุปกรณ์ลูกค้าก่อนที่เขาจะตัดสินใจอะไรเสียอีก
- 3
แยกตาม platform
ตัวกรองเช็กว่าอุปกรณ์เป็น iOS หรือ Android แล้วส่งไปตามทาง เพราะบัตร Apple กับ Google เป็นออบเจ็กต์คนละแบบเบื้องหลัง push ขั้นถัดไปจึงต้องชี้ไปที่บัตรให้ถูกฝั่ง
- 4
ส่งลิงก์บัตร
แต่ละกิ่งจะยิง push ที่แนบลิงก์ wallet pass และ serial number ที่ดึงมาจากบัตรที่เพิ่งออกโดยตรง ปรับให้ตรงกับแต่ละแพลตฟอร์ม แค่แตะครั้งเดียว บัตรก็เข้า wallet ของลูกค้าทันที
เคล็ดลับ: push ไม่จำเป็นต้องมีเทมเพลตแยกตามประเภท wallet ในกิ่ง Android ให้ดึง google_save_link และ google_serial_number จากขั้นตอนออกบัตร ส่วนกิ่ง iOS ให้ดึง apple_install_link และ apple_serial_number push ของแต่ละกิ่งจะแนบลิงก์ที่ถูกต้องอยู่แล้ว เพราะตัวกรอง platform แยกให้ตั้งแต่ต้น
Wallet pass แบบ geofencing เหมาะกับธุรกิจแบบไหน
เหมาะที่สุดกับ: ค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารแบบ QSR หรือร้านกาแฟ — ที่ไหนก็ตามที่ตำแหน่งจริงของลูกค้าใกล้ร้านคือสัญญาณซื้อในตัวมันเอง สำหรับตลาดไทย โรงแรมและรีสอร์ทก็เข้าข่ายเดียวกัน: บัตร check-in หรือข้อเสนอสปาที่ออกทันทีที่แขกเดินเข้าล็อบบี้ทำงานด้วยกลไกเดียวกันเป๊ะ ยิ่งช่วงเวลาระหว่าง “อยู่ใกล้ร้าน” กับ “มีข้อเสนอในมือ” สั้นเท่าไหร่ ยิ่งแปลงเป็นยอดขายได้ดีเท่านั้น กลไกนี้ไม่เหมาะกับแอปที่ไม่มีสถานที่จริงให้ตั้ง geozone ครับ
ถ้าตรงกับธุรกิจคุณ นี่คือเรื่องที่ควรระวัง:
- รัศมีมีผลมาก เหมือนกับ geo campaign ทั่วไป ถ้ากว้างเกินไป คำว่า “อยู่ใกล้ร้าน” ก็ไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไป ขั้นตอนออกบัตรจะกันการออกซ้ำให้อุปกรณ์เดิมอยู่แล้ว แต่ลูกค้าประจำที่เดินผ่านทุกวันก็ยังเข้าโซนซ้ำได้ วิธีแก้ง่าย ๆ คือตั้ง cooldown ที่ตัว geozone หรือ cluster (ไม่ใช่ที่ขั้นตอนออกบัตร) เพื่อคุมความถี่
- ใช้ได้แม้กับคนที่ไม่มีแอปคุณ เพราะบัตรอยู่ใน Apple หรือ Google Wallet ไม่ใช่ในแอปของคุณเอง ข้อเสนอนี้เลยยังทำงานได้แม้กับคนที่แทบไม่เปิดแอปเลย คุณส่งบัตรใบเดียวกันผ่าน ลิงก์หรือ QR ได้ — สำหรับตลาดไทยที่คนส่วนใหญ่ใช้ LINE เป็นช่องทางหลักในชีวิตประจำวัน นี่คือทางเข้าถึงลูกค้าที่ยังไม่ได้ติดตั้งแอปหรือยังไม่ได้เพิ่มเพื่อน LINE OA ของร้านด้วยซ้ำ
- วัดผลว่าอะไรที่ดึงคนเข้าร้านได้จริง ดูอัตราการบันทึกบัตรและการใช้สิทธิ์หน้าร้าน เพื่อดูว่าสาขาไหนและข้อเสนอแบบไหนที่ทำให้คนแวะมาจริง ๆ
คูปองที่ทริกเกอร์ด้วยตำแหน่งที่ตั้งเป็นแค่หนึ่งในสิ่งที่ wallet pass ทำได้ ดูบัตรสะสมแต้ม บอร์ดดิ้งพาส และตั๋วอีเวนต์เพิ่มเติมได้ที่ คู่มือ use case ของ wallet pass
เปิดตัว wallet pass แบบ geofencing กับ Pushwoosh
ถ้าบัญชีคุณเปิดใช้งาน push, อีเมล หรือข้อความในแอปอยู่แล้ว ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การเชื่อมต่อใหม่เลยครับ geozone, wallet pass และ push ที่แยกตาม platform อยู่บน canvas ของ Customer Journey Builder เดียวกันกับทุกอย่างที่คุณใช้อยู่แล้ว เล็งไปที่ User ID และเซกเมนต์เดียวกัน
ดูเพิ่มเติมที่ คู่มือการตลาดแบบ Geofencing ของเราสำหรับแคมเปญและ use case ที่ทริกเกอร์ด้วยตำแหน่งที่ตั้งเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย
google_save_link และ google_serial_number ในกิ่ง Android ดึง apple_install_link และ apple_serial_number ในกิ่ง iOS โดยดึงตรงจากบัตรที่ขั้นตอนออกบัตรเพิ่งสร้างขึ้น