ข้อความในแอปดักผู้ใช้ไว้ในขณะที่พวกเขาอยู่ในแอปของคุณอยู่แล้วครับ ไม่มีขั้นตอน opt-in มาขวางกั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ช่องทางนี้สร้าง conversion ได้ในจุดที่พุชและอีเมลมักสะดุด คู่มือนี้จะตอบคำถามว่าข้อความในแอปคืออะไร ทำไมถึงได้ผล มีรูปแบบใดบ้าง และแอปชั้นนำใช้งานอย่างไร พร้อมตัวอย่างจริง 21 ตัวอย่างครับ
ข้อความในแอปเหมาะสมกว่าการแจ้งเตือนแบบพุชเมื่อไหร่ และสองช่องทางนี้ทำงานร่วมกันอย่างไร เราสรุปไว้ในบทความเฉพาะแล้วครับ
ข้อความในแอปคืออะไร?
แล้วข้อความในแอปคืออะไรกันแน่ครับ ข้อความในแอป (in-app messaging) คือการส่งข้อความที่กำหนดเป้าหมายให้ผู้ใช้ในขณะที่พวกเขากำลังใช้งานแอปมือถืออยู่ ข้อความในแอปหนึ่งข้อความคือหน่วยเดี่ยว ๆ เช่น ป๊อปอัป แบนเนอร์ อินเตอร์สติเชียล หรือการ์ดแบบอินไลน์ ที่ปรากฏขึ้นตอบสนองต่อสิ่งที่ผู้ใช้กำลังทำอยู่ ภายในอินเทอร์เฟซของแอปโดยตรง
ต่างจากการแจ้งเตือนแบบพุชที่ส่งถึงผู้ใช้นอกแอปและต้องขอ opt-in ก่อน ข้อความในแอปจะปรากฏขึ้นระหว่างเซสชันที่ใช้งานอยู่และไม่ต้องขอความยินยอมล่วงหน้า นั่นหมายความว่าสามารถเข้าถึงผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่ได้ถึง 100% เนื่องจากปรากฏขึ้นตามบริบท ข้อความในแอปจึงมักให้ความรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การใช้งานครับ
ช่องทางนี้ครอบคลุมงานหลากหลาย ทั้งการต้อนรับผู้ใช้ใหม่ ประกาศฟีเจอร์ กระตุ้นการสมัครสมาชิก เก็บฟีดแบ็ก และยืนยันธุรกรรม ในส่วนถัดไปของคู่มือนี้จะอธิบายประโยชน์ รูปแบบ และกรณีการใช้งานพร้อมตัวอย่างครับ
ประโยชน์ของข้อความในแอป: ทำไมช่องทางนี้ถึงได้ผล
เหตุผลที่ชัดเจน 7 ข้อว่าทำไมช่องทางนี้ถึงคุ้มค่า ตั้งแต่การเข้าถึงจนถึงฟีดแบ็กครับ
เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช้งานอยู่ทั้งหมดของคุณ พุชและอีเมลต้องขอ opt-in และผู้ใช้จำนวนมากไม่เคยให้ความยินยอมเลย ข้อความในแอปไม่ต้องขอ opt-in เลย ดังนั้นผู้ใช้ทุกคนที่ใช้งานแอปอยู่จึงเข้าถึงได้
ส่งข้อความเร่งด่วนและมั่นใจได้ว่าถูกเห็น ข้อความในแอปมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ที่กำลังใช้งานอยู่ในขณะนั้น การแจ้งเตือนเร่งด่วนจะปรากฏระหว่างเซสชันและได้รับการตอบสนองในขณะที่ผู้ใช้ยังจ้องหน้าจออยู่
กระตุ้นให้เกิดการกระทำตามเป้าหมาย ข้อความในแอปใช้ได้ผลทั้งกับการเริ่มต้นใช้งานผู้ใช้ใหม่ การเปลี่ยนเป็นผู้ซื้อ และแบบสำรวจในแอป
รักษาประสบการณ์ให้ราบรื่น ข้อความในแอปจะปรากฏภายในแอป ผู้ใช้จึงไม่ถูกดึงออกจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ เคล็ดลับที่ส่งมาถูกจังหวะหรือรหัสโปรโมชันอาจให้ความรู้สึกเหมือนได้รับความช่วยเหลือด้วยซ้ำ
คงความสอดคล้องกับแบรนด์ ด้วยโซลูชันข้อความในแอปของ Pushwoosh คุณสามารถออกแบบข้อความในแอปให้ตรงตามแนวทางแบรนด์ได้อย่างแม่นยำ ปรับสี ข้อความ ปุ่ม และเลย์เอาต์ได้ในไม่กี่คลิก ในขณะที่การแจ้งเตือนแบบพุชถูกจำกัดด้วยข้อกำหนดของระบบปฏิบัติการ
รับฟีดแบ็กได้ทันที ข้อความในแอปเหมาะอย่างยิ่งสำหรับแบบสำรวจและการให้คะแนน ผู้ใช้เพียงพิมพ์คำตอบ กดปุ่ม หรือเลือกจำนวนดาว ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าแบบสำรวจแบบเดี่ยว ๆ และช่วยเพิ่มอัตราการตอบกลับ
เป็นอิสระจากแพลตฟอร์มการส่งข้อความใด ๆ ข้อความในแอปไม่ต้องพึ่งพา WhatsApp, Facebook หรือแอปส่งข้อความภายนอกใด ๆ คุณจึงควบคุมอัตราการส่งถึงได้เอง และไม่ต้องปรับตัวตามนโยบายของแพลตฟอร์มอื่น
ตัวเลขก็ยืนยันเรื่องนี้ครับ ในกลุ่มลูกค้าของ Pushwoosh ข้อความในแอปเข้าถึงผู้ใช้ที่มีส่วนร่วม 94% ต่อเดือน ช่วยเพิ่มการรักษาผู้ใช้ในวันที่ 30 (D30) ได้ 34% และขับเคลื่อน conversion สู่การกระทำตามเป้าหมายได้สูงถึง 25 เท่า
แอปประเภทไหนที่ได้ประโยชน์จากข้อความในแอป?
ทุกประเภทครับ ไม่ว่าจะอุตสาหกรรมไหนหรือโมเดลการสร้างรายได้แบบใด แอปสื่อและความบันเทิง อีคอมเมิร์ซ เกม และแอปสมัครสมาชิก ต่างก็ใช้การประกาศในแอปเพื่อเข้าถึงผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่
ผลลัพธ์ก็ยืนยันแบบนั้นครับ Telecom Armenia ใช้ข้อความในแอปสำหรับการเริ่มต้นใช้งานและโปรโมตฟีเจอร์ และเห็นอัตราการมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น 50% เกมมือถือ Bladestorm ผสมข้อความในแอปกับพุชและได้รายได้เติบโต 4.58% HungryNaki ใช้ข้อความในแอปแสดงสิทธิพิเศษให้ผู้ใช้ใหม่และทำให้ DAU เติบโต 10 เท่าภายในหกเดือน โบรกเกอร์ออนไลน์ AvaTrade กระตุ้นให้ผู้ใช้ลงทะเบียนด้วยข้อความในแอปและได้ CTR สูงขึ้น 9.4 เท่าบนเนื้อหาที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
หากต้องการคลังตัวอย่างที่ลึกกว่านี้ อีบุ๊กเกี่ยวกับข้อความในแอปของเราครอบคลุมกรณีการใช้งานตามอุตสาหกรรม เหตุการณ์ที่เหมาะเป็นตัวกระตุ้นที่สุด และตัวอย่างอีก 35 ตัวอย่างจากแอปชั้นนำ
รูปแบบข้อความในแอป: 7 ประเภทพร้อมตัวอย่าง
ข้อความในแอปมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบเหมาะกับงานที่ต่างกันครับ มาดูกันพร้อมตัวอย่างการแจ้งเตือนในแอปจริง
1. ข้อความในแอปแบบ Half-Interstitial
ป๊อปอัปที่ครอบคลุมส่วนกลางของหน้าจอ มักใช้สำหรับการแจ้งเตือนบริการหรือแนะนำผู้ใช้ผ่านแอประหว่างการเริ่มต้นใช้งาน ข้อเสนอโปรโมชันและการประกาศโปรแกรมแนะนำเพื่อนก็เข้ากับรูปแบบนี้เช่นกันครับ
italki ใช้ข้อความ half-interstitial เพื่อดึงดูดผู้เรียนภาษาให้เข้าร่วมโปรแกรมแนะนำเพื่อน VOCHI ขยายฐานผู้ติดตามบน TikTok ด้วยการเสนอฟีเจอร์ตัดต่อแลกกับการติดตาม
2. ข้อความในแอปแบบ Interstitial
ป๊อปอัปที่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของหน้าจอ ข้อเสนอส่วนลดในแอปอีคอมเมิร์ซและแอปสมัครสมาชิกมักมาในรูปแบบนี้ และยังใช้แสดงความคืบหน้าของผู้ใช้ในการใช้งานแอปด้วยครับ
Insight Timer ใช้ข้อความ interstitial เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้อัปเกรด
คุณสามารถสร้างข้อความในแอปแบบนี้ได้เองโดยไม่ต้องเขียนโค้ดและแทบไม่ต้องมีทักษะการออกแบบ ด้วยเครื่องมือสร้างข้อความในแอปแบบลากและวางของ Pushwoosh ครับ
3. ข้อความในแอปแบบ Sticky (ส่วนหัวหรือส่วนท้าย)
รูปแบบนี้อยู่ที่ส่วนหัวหรือส่วนท้ายของหน้าจอ มักมีภาพพื้นหลัง ข้อความสั้น ๆ และปุ่ม CTA ที่ออกแบบให้เข้ากับสไตล์ของแอป การใช้งานที่พบบ่อยที่สุดคือการขอให้ผู้ใช้ opt-in รับจดหมายข่าวหรือการแจ้งเตือนแบบพุช หรือที่เรียกว่า opt-in prompt
Forbes ใช้ส่วนหัวแบบ sticky เพื่อขอ opt-in รับพุช Rolling Stone โปรโมตการสมัครสมาชิกแบบชำระเงินผ่านส่วนท้ายแบบ sticky ที่ขยายเป็นข้อความเต็มหน้าจอเมื่อแตะ Insight Timer ประกาศฟีเจอร์ใหม่ผ่านส่วนท้ายแบบ sticky
4. แบบครอบคลุมเต็มหน้าจอ (Full-Screen Cover)
ตามชื่อเลยครับ รูปแบบนี้ครอบคลุมทั้งหน้าจอ แอปใช้รูปแบบนี้สำหรับการแจ้งเตือนที่ต้องอาศัยการกระทำ เช่น การ opt-in รับจดหมายข่าว ส่วนลดอีคอมเมิร์ซ และการเริ่มต้นใช้งานผู้ใช้ใหม่
Mapstr ใช้ข้อความแบบเต็มหน้าจอในการเริ่มต้นใช้งานผู้ใช้ใหม่
5. ข้อความในแอปแบบ Inline
สิ่งที่ทำให้ข้อความแบบ inline แตกต่างจากรูปแบบอื่นคือตำแหน่งที่อยู่ในเนื้อหาของแอปโดยตรง จึงให้ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่รบกวนผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้มีแนวโน้มตอบสนองมากขึ้น แอปใช้ inline เพื่อโปรโมตฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็นและเพิ่มผู้ติดตามการแจ้งเตือนแบบพุชครับ
สำหรับ ASOS inline คือรูปแบบหลัก ข้อความที่ไม่โดดเด่นช่วยให้ผู้ใช้จดจ่อกับสิ่งที่สร้างรายได้จริง นั่นคือเสื้อผ้า
ด้วย Pushwoosh คุณสามารถเพิ่มข้อความในแอปแบบ inline เข้าไปในกลยุทธ์ของคุณ เพื่อเสริมประสบการณ์ผู้ใช้ด้วยสัมผัสที่เป็นธรรมชาติและไม่รบกวนครับ
6. สตอรี่ในแอป (In-App Stories)
สตอรี่เป็นฟีเจอร์แบบไดนามิกที่สะท้อนสตอรี่บนโซเชียลมีเดีย คุณสามารถนำไปใช้กับป๊อปอัปพื้นฐานหรือข้อความแบบ inline ก็ได้ครับ
Waze ออกแบบการเริ่มต้นใช้งานเป็นสตอรี่ในแอป สไลเดอร์สามส่วนที่เคลื่อนไหวเองโดยไม่ต้องให้ผู้ใช้ทำอะไรเลยเพื่อดูคุณค่าของแอปแต่ละอย่าง
สตอรี่ในแอปตั้งค่าและเปิดใช้งานได้ง่ายด้วย Pushwoosh เพียงเพิ่มลิงก์ไปยังรูปภาพไม่กี่รูป กำหนดกลุ่มผู้ใช้และเหตุการณ์กระตุ้น แล้วเปิดใช้งานได้เลยครับ
7. วิดีโอในแอป (In-App Videos)
วิดีโอในแอปดึงดูดผู้ใช้ผ่านการเล่าเรื่องด้วยภาพ เหมาะกับการนำเสนอฟีเจอร์ บทช่วยสอน คำรับรอง และโปรโมชัน และอธิบายแนวคิดที่ซับซ้อนได้เร็วกว่าข้อความยาว ๆ ครับ
Duolingo ใช้วิดีโอในแอปเพื่อแสดงประโยชน์ของแผนครอบครัว
ตัวอย่างข้อความในแอป: กรณีการใช้งานและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด
ด้านล่างนี้คือกรณีการใช้งานหลักของข้อความในแอป จับคู่กับวงจรชีวิตผู้ใช้ แต่ละกรณีมาพร้อมตัวอย่างจริงที่คุณนำไปปรับใช้ได้ครับ
1. ตัวอย่างข้อความในแอปสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน
การต้อนรับผู้ใช้ใหม่มักอยู่ในรูปแบบภาพสไลด์ในแอป (in-app carousel) คือลำดับข้อความที่ถูกกระตุ้นด้วยการกระทำเฉพาะ โดยทั่วไปคือเหตุการณ์ ‘ApplicationOpen’ ข้อความต้อนรับแสดงคุณค่าของผลิตภัณฑ์และแนะนำผู้ใช้ผ่านขั้นตอนแรก ๆ เพื่อให้พวกเขาอยู่นานขึ้น ไปถึงช่วงเวลาที่เข้าใจคุณค่า (AHA moment) และกลับมาใช้งานอีกครั้ง
Punchlab ต้อนรับผู้ใช้ด้วยรูปแบบครอบคลุมเต็มหน้าจอ iHerb ใช้ข้อความแบบ inline สำหรับงานเดียวกันครับ
2. กรณีการใช้งานข้อความส่งเสริมการขายในแอป
ด้วยข้อความในแอป คุณสามารถโปรโมตเนื้อหาของคุณเองและของพันธมิตรได้ ซึ่งได้ผลดีเป็นพิเศษสำหรับแอปสื่อที่สร้างรายได้จากเนื้อหา รวมถึงข้อเสนอพิเศษ เช่น ส่วนลดตามเทศกาลที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ใช้เฉพาะ และโปรแกรมแนะนำเพื่อนหรือการแบ่งปันทางโซเชียล
Insight Timer ใช้ข้อความในแอปโปรโมตการแนะนำเพื่อน โดยชวนผู้ใช้แบ่งปันกิจกรรมกับเพื่อนทันทีหลังสมัครสมาชิก ตัวอย่างของ italki ด้านบนก็ทำงานคล้ายกันสำหรับการแบ่งปันทางโซเชียลครับ
3. การประกาศและการนำฟีเจอร์ไปใช้
เมื่อคุณเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ข้อความในแอปจะช่วยดึงความสนใจและเร่งการนำไปใช้ คุณยังลดความเสี่ยงของการเปิดตัวได้ด้วยการทดสอบฟีเจอร์กับกลุ่มผู้ใช้ที่เลือกไว้ก่อน แล้วดูปฏิกิริยาครับ
ASOS ใช้รูปแบบข้อความในแอปหลากหลาย ทั้งเต็มหน้าจอ sticky และ inline เพื่อโปรโมตฟีเจอร์ใหม่
4. การบริการลูกค้าและข้อความธุรกรรมในแอป
แอปธนาคารสามารถใช้ข้อความในแอปแจ้งเตือนเงินไม่พอสำหรับธุรกรรม หรืออัปเดตสถานะการจัดส่งบัตร ในอีคอมเมิร์ซ กรณีคลาสสิกคือข้อความธุรกรรมที่ยืนยันว่าสินค้าถูกเพิ่มลงตะกร้าหรือรายการโปรด หรือการอัปเดตสถานะคำสั่งซื้อในรูปแบบป๊อปอัป
iHerb ส่งข้อความ inline เพื่อการบริการ ข้อความในแอปยังเหมาะกับคำเตือนและคำแนะนำในขั้นตอนการใช้แอปด้วย เมื่อ Insight Timer ต้องสื่อสารความเสี่ยงของการบาดเจ็บระหว่างฝึกโยคะ พวกเขาออกแบบข้อความในแอปและสื่อสารได้อย่างรวดเร็วครับ
5. อัปเกรดแผนการสมัครสมาชิก
แอปสมัครสมาชิกสามารถแสดงข้อความในแอปแก่ผู้ใช้ที่ใกล้สิ้นสุดช่วงทดลองใช้หรือยังใช้แผนพื้นฐานอยู่ ข้อความที่ส่งถูกจังหวะสามารถอธิบายคุณค่าเพิ่มเติมของพรีเมียม หรือกระตุ้นความกลัวที่จะพลาดโอกาสได้ครับ
Lightroom กระตุ้นการอัปเกรดด้วยชุดข้อความในแอปที่เน้นฟีเจอร์พรีเมียม
6. เพิ่มการ Opt-in สำหรับการแจ้งเตือนแบบพุช
เมื่อรวมกับพุช ข้อความในแอปช่วยให้เข้าถึงฐานผู้ใช้ได้ถึง 100% ความเกี่ยวข้องสูงของข้อความในแอปนำไปสู่ conversion และรายได้ที่มากขึ้นครับ
iHerb แสดงข้อความในแอปแนะนำให้ผู้ใช้ opt-in รับพุชและอีเมล เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีเพิ่มอัตราการ opt-in รับการแจ้งเตือนแบบพุช
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดตลอดวงจรชีวิตผู้ใช้
โซลูชันข้อความในแอปของ Pushwoosh ครอบคลุมทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตผู้ใช้ได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ต้อนรับผู้ใช้ใหม่ กระตุ้นให้เกิดคุณค่าแรก ผลักดันการสมัครสมาชิกหลังช่วง AHA moment โปรโมตข้อเสนอ กระตุ้นการนำฟีเจอร์ไปใช้ เพิ่ม opt-in รับพุช แจ้งอัปเดตคำสั่งซื้อและบัญชี ไปจนถึงเก็บฟีดแบ็กผ่านการให้คะแนน มีข้อควรปฏิบัติสำคัญไม่กี่ข้อที่ช่วยให้ทุกอย่างได้ผล คือกระตุ้นตามพฤติกรรมจริง ไม่ใช่การส่งแบบเหมารวม เคารพ Silent Hours และ Frequency Capping เพื่อไม่ให้ผู้ใช้เหนื่อยล้า และแบ่งกลุ่มให้เหมาะสมเพื่อให้แต่ละข้อความเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องครับ
เพิ่มข้อความในแอปเข้าสู่กลยุทธ์ Omnichannel ของคุณด้วย Pushwoosh
การเพิ่มข้อความในแอปเข้าไปในกลยุทธ์มือถือของคุณช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมและขับเคลื่อน conversion สำหรับการกระทำที่คุณต้องการ ด้วย Pushwoosh Customer Journey Builder คุณสามารถวางแผนแคมเปญที่ผสานข้อความในแอป การแจ้งเตือนแบบพุช และอีเมลเข้าด้วยกัน กำหนดเหตุการณ์ที่กระตุ้น และแบ่งกลุ่มผู้ใช้ตามพฤติกรรมและโปรไฟล์ครับ
การสร้างข้อความทำได้รวดเร็วด้วยเครื่องมือแก้ไขข้อความในแอปแบบ no-code ไม่ต้องมีทักษะการเขียนโค้ดหรือการออกแบบ คุณสามารถเริ่มจากเทมเพลตสำเร็จรูป ลากและวางข้อความและรูปภาพ หรืออัปโหลด HTML ที่กำหนดเอง จากนั้นเพิ่มรูปแบบที่หลากหลายขึ้น เช่น สตอรี่แบบโต้ตอบ แบบสำรวจ และวงล้อโปรโมชัน พร้อมคำแนะนำเนื้อหาด้วย AI ผลลัพธ์คือข้อความในแอปที่เกี่ยวข้องและตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้ใช้ ช่วยเพิ่ม ROI ของแคมเปญครับ
Pushwoosh เป็นแพลตฟอร์ม customer engagement ที่สร้างขึ้นสำหรับ lifecycle marketing โดยเฉพาะ ด้วยการแบ่งกลุ่มตามพฤติกรรม การส่งข้อความที่ถูกกระตุ้นผ่านพุช ข้อความในแอป อีเมล SMS และ WhatsApp พร้อม Customer Journey Builder แบบเห็นภาพ คุณสามารถเปลี่ยนการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้ให้กลายเป็นรายได้ครับ
คำถามที่พบบ่อย