push notification ส่งไปแล้วไม่ได้ถึงมือผู้ใช้เสมอครับ ผู้ใช้บางคนเงียบหายไปโดยไม่มีสัญญาณบอกล่วงหน้า และผู้ใช้แอปคุณส่วนหนึ่งก็อยู่บน Telegram โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในช่วงสงกรานต์และปลายปี อัปเดตเดือนเมษายนนี้แก้ปัญหาทั้ง 3 จุดในรอบเดียว

นี่คือสิ่งที่เปลี่ยน 👇

ช่องทางใหม่: Telegram 💬

ตอนนี้คุณตั้งค่า Telegram bot ใน Pushwoosh และส่งข้อความ 1:1 ให้ผู้ใช้ได้โดยตรงจาก Customer Journey Builder ร่วมกับ push, in-app message, อีเมล, SMS และ WhatsApp ในโฟลว์เดียวกัน

ขั้นตอน Telegram channel ภายใน Customer Journey Builder ของ Pushwoosh

สิ่งที่เปลี่ยน: สำหรับตลาดไทย LINE ยังเป็นช่องทางหลักในการพูดคุยกับผู้ใช้ครับ แต่ถ้าธุรกิจของคุณมีผู้ใช้ต่างชาติ — โดยเฉพาะแอปท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ต และ e-commerce ข้ามประเทศ — Telegram คือที่ที่นักท่องเที่ยวจากยุโรป รัสเซีย และตะวันออกกลางใช้งานเป็นหลัก เมื่อก่อนการเข้าถึงกลุ่มนี้ต้องใช้เครื่องมือแยกต่างหาก ตอนนี้ Telegram อยู่ใน Customer Journey แล้ว: ใช้ segmentation, trigger และ reporting ชุดเดียวกัน — push, LINE, Telegram และอีเมลทำงานในแคมเปญเดียวกันครับ

อย่าปล่อยให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้รับ push หลุดมือ 🔁

ขั้นตอน push notification ใน Customer Journey Builder รองรับการแยก flow ตามการเปิดข้อความ อยู่แล้ว ตอนนี้แยกตาม การส่งสำเร็จ ได้ด้วย — คือดูว่าข้อความไปถึงเครื่องผู้ใช้จริงหรือเปล่า

ขั้นตอน push notification พร้อมตัวเลือกแยกตาม delivery ใน Customer Journey Builder
กิ่ง delivered และ not-delivered บน journey canvas พร้อมจำนวน audience
  • 🟢 ส่งสำเร็จ → ไปต่อในเส้นทางหลัก
  • 🟠 ไม่สำเร็จ (token หมดอายุ, เครื่อง offline, opt-out, ฯลฯ) → ส่งผู้ใช้กลุ่มนี้ไปช่องทางอื่นโดยอัตโนมัติ: อีเมล, SMS, in-app, LINE หรือ Telegram

ดูเพิ่มเติม →

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ: open rate บอกว่าใครเปิดข้อความ delivery rate บอกว่าข้อความไปถึงตั้งแต่ต้นหรือเปล่า ผู้ใช้ที่ไม่ได้รับมักเป็นคนที่คุณต้องการเข้าถึงด่วนที่สุด — เช่น แจ้งเตือนการจองโรงแรมระหว่างเช็คอิน, ยืนยันธุรกรรมในแอปธนาคาร, หรือ flash sale ในช่วง 12.12 ที่เหลือเวลาไม่กี่ชั่วโมง ตอนนี้ journey จะส่งผู้ใช้กลุ่มนี้ไปช่อง fallback อัตโนมัติ และโชว์ตัวเลข delivered กับ not-delivered บน canvas ให้เห็นชัด

จับผู้ใช้ที่เริ่มไม่ active ก่อนที่จะเลิกใช้แอป 😴

อีเวนต์ default ของ SDK ตัวใหม่ชื่อ PW_UserIdle จะถูก trigger เมื่อผู้ใช้เริ่มไม่ active ในแอปมือถือของคุณ SDK มาพร้อมกับอีเวนต์นี้ในตัวอยู่แล้ว — คุณไม่ต้องประกาศ event เองครับ

ผู้ใช้ที่ไม่ active เป็นกลุ่มที่จัดการยากที่สุด: ยังไม่เลิกใช้แอป แต่ในข้อมูลก็ไม่มีสัญญาณอะไรที่จะระบุพวกเขาได้ ด้วย PW_UserIdle คุณสามารถ:

  • แบ่ง segment ผู้ใช้ที่ dormant สำหรับแคมเปญ re-engagement
  • ใช้อีเวนต์นี้เป็น trigger ของ journey โดยตรง
  • หรือป้อนสัญญาณเข้า ManyMoney AI เพื่อให้นำพฤติกรรมการไม่ active ไปคำนวณในแคมเปญที่สร้างขึ้นเองอัตโนมัติ

ดูรายละเอียดของ PW_UserIdle และ attributes →

Cloud Pages เปิดให้ทุกแพ็กเกจ 📄

Cloud Pages — landing page ที่มีแบรนด์ของคุณและ Pushwoosh เป็น host ให้ — ตอนนี้เปิดให้ทุกบัญชีใช้งานได้ตามคำขอครับ

สิ่งที่เปลี่ยน: แคมเปญส่วนใหญ่ต้องมีหน้าปลายทางสำหรับส่งผู้ใช้ไป — แบบสำรวจ, ฟอร์มลงทะเบียน, โปรโมชันแบบยาว, หรือหน้า click-through จาก in-app message เมื่อก่อนต้องสร้างใน page builder แยก ตอนนี้คุณสร้างและ host หน้าปลายทางใน Pushwoosh ได้โดยตรง — ข้อมูล audience และ segmentation เชื่อมต่อพร้อมใช้ ลดเครื่องมือใน stack ได้หนึ่งตัว

ถ้าต้องการเปิด Cloud Pages ในบัญชีของคุณ ติดต่อ Customer Success Manager หรือ ติดต่อทีม Support ของเรา ได้ครับ

ลองใช้อัปเดตด้วยตัวคุณเอง

ฟีเจอร์ทั้งหมดด้านบนเปิดใช้งานแล้ว และพร้อมใช้ในบัญชีของคุณ

เปิด Pushwoosh แล้วลงมือใช้งานเลย
เข้าสู่ระบบบัญชีของคุณ

ดูรายการอัปเดตทั้งหมดได้ที่ release notes ของเราครับ


Valentina Stepanova
Content Marketing Writer ที่ Pushwoosh
แชร์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด