บัตรสมาชิก คือบัตร ไม่ว่าจะเป็นแบบจริงหรือดิจิทัล ที่ธุรกิจออกให้เพื่อติดตามการซื้อของลูกค้าและให้รางวัลกับคนที่กลับมาใช้บริการซ้ำ ใช้จ่ายหรือมาใช้บริการมากพอ บัตรก็ตอบแทนกลับมา ปกติเป็นส่วนลด บางทีเป็นของแถมหรือการอัปเกรดสถานะ บัตรนี้ไม่มีมูลค่าเงินและไม่ใช้จ่ายเงินตรงจุดชำระเงิน มันคือยอดสะสมที่ธุรกิจเก็บไว้แทนคุณ สร้างมาเพื่อจุดประสงค์เดียว คือให้เหตุผลกับลูกค้าที่จะเลือกกลับมาใช้บริการอีกครั้ง
ทุกวันนี้บัตรสมาชิกส่วนใหญ่มีสามรูปแบบ คือบัตรพลาสติก แอป หรือ wallet pass และรูปแบบที่เลือกมีผลมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อว่าบัตรนั้นจะถูกใช้งานจริงหรือไม่
วิธีใช้บัตรสมาชิก (ฝั่งลูกค้า แบบสั้นๆ)
การใช้บัตรสมาชิกแทบไม่ต้องออกแรงจากฝั่งลูกค้าเลย ลูกค้าลงทะเบียนครั้งเดียว ที่หน้าร้านหรือออนไลน์ แล้วได้บัตรหรือสิ่งที่เทียบเท่าแบบดิจิทัลที่ผูกกับชื่อหรือเบอร์โทรของเขา จากนั้น:
- ลูกค้าแสดงหรือสแกนบัตรตอนชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นบาร์โค้ด QR code หรือกรอกเบอร์โทรที่หน้าเครื่องคิดเงิน
- คะแนน ตราปั๊ม หรือยอดใช้จ่ายสะสมเข้าโปรไฟล์ของเขาโดยอัตโนมัติ
- เมื่อข้ามเกณฑ์ที่กำหนด รางวัลก็พร้อมใช้ ไม่ว่าจะใช้ให้อัตโนมัติหรือแลกตามที่ลูกค้าขอ
ความยุ่งยากถ้ามี มักมาจากฟอร์แมตของบัตร ไม่ใช่จากกลไกของโปรแกรม
ประเภทของบัตรสมาชิก: พลาสติก แอป และ wallet pass
บัตรสมาชิกมีสามฟอร์แมตหลักในทางปฏิบัติ และแต่ละแบบก็ไม่เท่ากันในการทำหน้าที่นี้
บัตรพลาสติก เป็นฟอร์แมตดั้งเดิม และยังเป็นแบบที่พิมพ์ถูกที่สุด แต่ก็หายง่ายที่สุดเช่นกัน ไม่ให้ข้อมูลอะไรกับธุรกิจเลยว่าใครใช้บัตรจริงๆ และต้องปั๊มหรือสแกนด้วยมือโดยไม่มีทางอัปเดตจากระยะไกลได้
แอป ทำได้เยอะที่สุดในทางเทคนิค มี push notification และโปรไฟล์ที่ละเอียดในทุกครั้งที่มา แต่ก็ต้องขอให้ลูกค้าดาวน์โหลด ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ทำจนจบ และในกลุ่มที่โหลดจนจบ จำนวนไม่น้อยก็ลบแอปทิ้งภายในเดือนแรก
Wallet pass อยู่ใน Apple Wallet หรือ Google Wallet ซึ่งเป็นแอปที่ติดตั้งอยู่แล้วในมือถือของลูกค้าทุกคน เพิ่มได้แค่แตะเดียวจากลิงก์หรือ QR code อัปเดตเองเมื่อคะแนนเปลี่ยน และไม่ต้องสร้างหรือดาวน์โหลดอะไรเพิ่มเติมนอกจากสิ่งที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น รีสอร์ทในภูเก็ตที่เปลี่ยนจากบัตรสแตมป์กระดาษมาเป็น wallet pass ทำให้แขกที่กลับมาพักซ้ำสะสมคะแนนได้ทันทีโดยไม่ต้องพกบัตรอะไรเลย
ทำไม wallet-based loyalty card ถึงมาแทนบัตรพลาสติกและแอป
การเปลี่ยนแปลงนี้อยู่ที่ว่าแต่ละฟอร์แมตขอให้ลูกค้าทำอะไร เทียบกับสิ่งที่มันให้ธุรกิจกลับมา
wallet pass ขอแค่แตะเดียว ไม่ต้องดาวน์โหลด และไม่มีวันหายไปอยู่ก้นกระเป๋าแบบบัตรพลาสติก มันอัปเดตจากระยะไกล ดังนั้นยอดคะแนนใหม่หรือรางวัลที่เปลี่ยนก็ขึ้นบนบัตรเองโดยลูกค้าไม่ต้องทำอะไรและธุรกิจไม่ต้องพิมพ์บัตรใหม่ และเพราะมันอยู่บนอุปกรณ์ที่มีเซนเซอร์ตำแหน่ง มันจึงขึ้นบน lock screen ได้เมื่อสมาชิกอยู่ใกล้ร้าน ซึ่งเป็นการกระตุ้นที่บัตรพลาสติกหรือแอปที่ถูกลืมทำไม่ได้
สำหรับธุรกิจ นั่นเท่ากับข้อมูลการซื้อจริงแทนการเดา บวกกับช่องทางกลับไปถึงลูกค้าที่บัตรปั๊มกระดาษไม่มีทางมีได้ และทั้งหมดนี้ไม่มีต้นทุนสร้างแอปแฝงอยู่เลย ข้อมูลลูกค้าที่เก็บผ่านบัตรสมาชิกดิจิทัลก็ยังปลอดภัยตามมาตรฐานสากล — Pushwoosh ได้รับการรับรอง SOC 2 Type I และ ISO 27001:2022 พร้อมสอดคล้องกับ GDPR ซึ่งสำคัญเมื่อธุรกิจต้องเก็บพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าจำนวนมากไว้ในที่เดียว
เริ่มต้นใช้งาน
ถ้าคุณกำลังตัดสินใจว่าจะออกอะไร ข้ามบัตรพลาสติกและข้ามแอปแบบกำหนดเองไปได้เลย wallet pass ให้คุณทั้งข้อมูลและระยะเข้าถึงแบบแอป พร้อมความง่ายแค่แตะเดียวแบบบัตร ด้วย Pushwoosh Wallet passes คุณออกแบบบัตรครั้งเดียว กระจายด้วยลิงก์หรือ QR code และจัดการคะแนนกับระดับสมาชิกจากแดชบอร์ด อ่านภาพรวมที่ครบถ้วนกว่านี้ได้ที่ บัตรสมาชิกสำหรับธุรกิจ
สร้าง loyalty ตั้งแต่การแตะครั้งแรก
บัตรสมาชิกจะได้ผลก็ต่อเมื่อลูกค้าพกมันจริงๆ และธุรกิจนำข้อมูลไปใช้ได้จริง Pushwoosh Wallet passes แทนบัตรพลาสติกและแอปด้วยบัตรที่อยู่ในที่ที่ลูกค้าของคุณมีอยู่แล้ว
FAQ
ไม่เหมือนกันทีเดียว แต่ก็มีส่วนที่ทับซ้อนกัน บัตรสมาชิก (loyalty card) ให้รางวัลตามพฤติกรรม ปกติคือการซื้อ ด้วยคะแนนหรือระดับที่ปลดล็อกสิทธิพิเศษ ส่วนบัตร membership ให้สิทธิ์เข้าถึง มักเป็นระดับที่ต้องจ่ายเงินหรือคลับเฉพาะ ไม่ว่าสมาชิกจะซื้ออะไรในครั้งนั้นหรือไม่ก็ตาม บางบัตรก็รวมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน ให้สิทธิ์เข้าถึงพร้อมสะสมคะแนนไปในตัว
ตัวบัตรเองปกติไม่หมดอายุ แต่คะแนนบนบัตรมักหมดอายุตามรอบเวลา เช่น 12 หรือ 18 เดือนที่ไม่มีการใช้งาน wallet pass ช่วยจัดการเรื่องนี้ได้ดีกว่า เพราะบัตรสามารถกำหนดวันหมดอายุและเตือนลูกค้าก่อนคะแนนจะหมด แทนที่จะปล่อยให้ยอดคะแนนหายไปเงียบๆ โดยลูกค้าไม่รู้ตัวว่ากำลังจะเสียสิทธิ์